าหนึ่งปี และริบเบี้ยหวัดตลอดทั้งปีอีกด้วย
การถูกริบเงินเดือนอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก แต่อู่กั๋วกงเป็นคนขององค์ชายจงเจิ้งเสียน การถูกพักราชการหนึ่งปีเท่ากับว่าเขากลายเป็นคนไร้ประโยชน์ไปทันที จงเจิ้งเสียนจะยังเห็นความสำคัญของเขาอยู่อีกหรือไม่ก็ยังเป็นปริศนา มิหนำซ้ำในราชโองการยังกำชับว่า ต้องให้หยวนหลิงเอ๋อร์ออกเรือนภายในวันที่สิบเดือนหน้าให้ได้
หากนางไม่ยอมแต่ง ทางการจะเป็นผู้จัดหาคนมาแต่งกับนางเอง!
อู่กั๋วกงทั้งร้อนรนทั้งโกรธขึง เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากไปอ้อนวอนจงเจิ้งเสียน ขอให้ทรงรับหยวนหลิงเอ๋อร์เป็นชายารอง ด้วยวิธีนี้ไม่เพียงแต่จะรักษาฐานะของตระกูลหยวนในสายตาของจงเจิ้งเสียนไว้ได้ แต่ยังช่วยให้หยวนหลิงเอ๋อร์ไม่ต้องไปแต่งงานกับชายแก่หรือชายพิการที่ไหนก็ไม่รู้
“เรื่องที่อู่กั๋วกงเสนอมา ข้าจะรับไว้พิจารณา” จงเจิ้งเสียนเดินหมากรุกกับอู่กั๋วกงอยู่ทั้งบ่าย แต่ไม่แม้แต่จะชวนเขาอยู่ทานมื้อเย็น เพียงแต่เอ่ยประโยคสั้น ๆ ประโยคเดียวแล้วส่งเขากลับ
อู่กั๋วกงไร้หนทางจำต้องกลับจวน พอถึงจวนก็ได้ยินข่าวว่าหยวนหลิงเอ๋อร์ทะเลาะกับบุตรชายคนโตของเขาอย่างรุนแรง ถึงขั้นผลักพี่ชายตกลงไปในสระบัว ทำเอาอู่กั๋วกงโมโหจนแทบกระอักเลือดตายเสียตรงนั้น!