ันเขียนข้อความลงในเอกสาร
“จริงเจ้าค่ะ หวังเฟยอาจจะยังไม่ทราบ หลายปีมานี้คุณชายใหญ่สวีหาเรื่องวุ่นวายในเมืองหลวงไม่เว้นแต่ละวัน หากไม่ใช่เพราะมู่หวังเฟยโปรดปรานเขามาก ป่านนี้เขาคงถูกรุมตีตายไปหลายหนแล้ว! นอกจากไปจุดประทัดหน้าบ้านคนอื่น เขายังชอบไปจุดพลุกลางลานบ้านชาวบ้านอีกด้วย”
“เขาคงจะถูกโฉลกกับดินปืนสินะ”
“ใครจะรู้ได้…”
ค่ำคืนนี้ในจวนฉีอ๋องดำเนินไปอย่างสงบและอบอุ่น เฮ่อเจิ้งเทียนเล่าเรื่องแสบ ๆ ของสวีซิ่งอี้ให้หลี่เยว่หานฟัง โดยมีเมิ่งฉีฮ่วนคอยสมทบบ้างเป็นครั้งคราว หลี่เยว่หานเย็บผ้าไปพลางฟังเรื่องเล่าไปพลาง พลางหัวเราะออกมาเป็นระยะ
ทว่าในขณะที่จวนฉีอ๋องสงบสุข จวนอู่กั๋วกงกลับกึกก้องไปด้วยเสียงประทัดตลอดทั้งคืน
หากสวีซิ่งอี้เห็นว่าวิธีไหนสนุก เขาก็จะทำซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น คืนนั้นทั้งคืน เสียงประทัดดังต่อเนื่องในจวนอู่กั๋วกงจนไม่มีใครข่มตาหลับได้ เดิมทีอู่กั๋วกงกำลังจะเข้านอนกับฟูเหรินสามที่ยังสาวและสวยสะพรั่ง ทั้งคู่กำลังจะเริ่มเริงระบำกันอยู่แท้ ๆ แต่เสียงประทัดที่ดังขึ้นกะทันหันทำให้อู่กั๋วกงตกใจจนเกือบจะเป็นลมล้มฟุบด้วยโรคหัวใจ
วันรุ่งขึ้น ราชโองการจากวังหลวงก็มาถึง
ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นทรงตำหนิคุณหนูใหญ่หยวนอย่างรุนแรงผ่านราชโองการ รวมถึงตำหนิการอบรมสั่งสอนของอู่กั๋วกง พร้อมส่งแม่นมอาวุโสจากในวังมาเพื่อจัดระเบียบคนในตระกูลหยวนใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้อู่กั๋วกงยังถูกสั่งพักราชการเป็นเวล