มัด แม้จะไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือแต่ก็น่าจะกำราบอยู่ อีกอย่างคุณชายสวีมีมู่หวังเฟยหนุนหลัง ในเมืองหลวงจึงไม่ค่อยมีใครกล้าล่วงเกินเขา เรื่องที่ตระกูลหยวนพูดในงานเลี้ยงวันนี้ อีกไม่นานคงถึงหูคุณชายสวีแน่ ไม่รู้ว่าเขาจะจัดการอย่างไรต่อ”
“เขาจะทำอะไรได้ อย่างมากก็แค่ส่งคนไปพูดจาเหยียดหยามหน้าประตูจวนอู่กั๋วกงเท่านั้นแหละ” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยแทรกขณะที่มือยังคงตรวจฎีกาและเอกสารราชการ ทั้งงานจากค่ายทหารแถบชานเมือง งานจากเมืองเทียนซิงอู่เหอ และงานจุกจิกในเมืองหลวง เขาทำงานไปพลางฟังการสนทนาไปพลางโดยไม่ตกหล่น
“ไม่แน่หรอกขอรับ” เฮ่อเจิ้งเทียนแย้ง “ก่อนหน้านี้เคยมีคนค่อนแคะว่าคุณชายสวีอาศัยบารมีมู่หวังเฟยเที่ยววางโตในเมืองหลวง สุดท้ายเขาก็ถูกตระกูลสวีส่งไปเรียนหนังสือที่บ้านนอก พอคุณชายสวีกลับมาถึงเมืองหลวงและได้ยินเรื่องนี้เข้า เขาก็ไปดักจุดประทัดหน้าบ้านคนพวกนั้นติดต่อกันถึงสามวันสามคืน บางทีก็จุดตอนเช้าตรู่ บางทีก็กลางดึก หรือแม้กระทั่งตอนกำลังกินข้าว ประทัดของคุณชายสวีถ้าไม่โยนขึ้นหลังคา ก็โยนลงใต้โต๊ะจนคนบ้านนั้นขวัญผวากันไปหมด”
“สุดท้ายบ้านนั้นทนไม่ไหว ต้องหอบของขวัญกองโตมาขอขมาถึงที่ คุณชายสวีถึงยอมรามือ”
ได้ฟังเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็หัวเราะร่า “คุณชายใหญ่สวีคนนี้ช่างน่าสนใจจริง ๆ”
“นี่ยังถือว่าเบานัก ถ้าสวีซิ่งอี้เกิดอาการบ้าบิ่นขึ้นมา แม้แต่มู่หวังเฟยยังต้องกุมขมับ” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวพลางจรดพู่ก