้องของลูก ๆ เพื่อที่เขาจะได้จัดการงานราชการไปพร้อมกับคนในครอบครัว
แม่นมและคนรับใช้คนอื่น ๆ ต่างถอยออกไปเพื่อให้พื้นที่ส่วนตัวที่แสนอบอุ่นแก่ครอบครัวพ่อแม่ลูกทั้งสี่
เฮ่อเจิ้งเทียนไปสืบข่าวจากจวนตระกูลหยวนมาได้สักพักจึงเคาะประตูขออนุญาต เข้ามารายงานความเคลื่อนไหว
“คุณหนูใหญ่หยวนคงจะเมาหนักจริง ๆ ขอรับ ตั้งแต่กลับถึงจวนก็นอนสลบไสลไม่รู้เรื่องเลย”
“แต่ไม่ทราบว่าเป็นใครที่ไปดักรถม้าอู่กั๋วกง แล้วจับพวกเขาคลุมกระสอบรุมสกรัมเสียยับเยิน ตอนนี้ใบหน้าของอู่กั๋วกงบวมเป่งหลากสีสันดูอนาถยิ่งนัก ส่วนฮูหยินอู่กั๋วกงก็ผมเผ้ายุ่งเหยิง เครื่องหน้าเลอะเทอะไปหมด!”
“ได้ยินว่าฟูเหรินรองและฟูเหรินสามของจวนอู่กั๋วกงต่างพากันไปปลอบประโลมอู่กั๋วกงชุดใหญ่ ส่วนบุตรชายคนโตที่เป็นลูกเมียน้อยก็ได้โอกาสสบช่องใส่ไฟเพิ่ม ยามนี้อู่กั๋วกงจึงมองหวังเฟิ่งและหยวนหลิงเอ๋อร์ด้วยความรำคาญใจยิ่งนัก ก่อนที่ข้าจะกลับมา อู่กั๋วกงเริ่มเปิดดูภาพวาดและประวัติของเหล่าชายหนุ่มที่บรรดาฟูเหรินรองส่งมาให้เลือกเพื่อจัดหาคู่ให้คุณหนูใหญ่แล้วขอรับ”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็หัวเราะออกมา “ใครที่ได้แต่งกับหยวนหลิงเอ๋อร์ไป บ้านเรือนคงหาความสงบสุขไม่ได้แน่”
“หากคุณหนูใหญ่หยวนได้แต่งกับคุณชายสวีจริง ๆ นางอาจจะสำรวมขึ้นบ้างก็ได้” เฮ่อเจิ้งเทียนวิเคราะห์ “คุณชายใหญ่สวีเป็นคนนิสัยเถรตรงดุดัน หากคุณหนูใหญ่หยวนกล้าก่อเรื่อง เขาคงกดหัวนางได้อยู่ห