บอกเรื่องนี้แก่ฮั่นหรงฟูเหรินเด็ดขาด”
“ลูกสาวคนที่สองของข้า เมื่อก่อนตอนอยู่บ้านเดิมก็มักจะมีเรื่องระหองระแหงกับฮั่นหรงฟูเหรินอยู่เสมอ แต่หลังจากฮั่นหรงฟูเหรินรู้ว่านางมาถึงเมืองหลวงแล้ว นางก็ยังคอยปกป้องคุ้มครองน้องสาวคนนี้อย่างดี เมื่อปีที่แล้วข้าล้มป่วยหนักจริง ๆ และเพราะป่วยหนักจนดูไม่รอด อดีตภรรยาของข้าจึงได้แต่งงานใหม่ไปเสีย ตอนนั้นข้านอนซมอยู่บนเตียง ไม่มีใครคอยส่งข่าวมาที่เมืองหลวงให้เลย จนกระทั่งลูกสาวคนที่สองส่งคนมาเยี่ยมนั่นแหละ ถึงได้รู้ว่าข้าป่วยหนักเพียงใด”
“ช่วงที่ข้าป่วยหนักประจวบเหมาะกับตอนที่เมืองหลวงปิดเมืองพอดี พอวิกฤตการณ์ในเมืองหลวงผ่านพ้นไป ฮั่นหรงฟูเหรินและลูกสาวคนที่สองก็รีบส่งเงินมาให้ข้า และพาส่งโรงหมอเพื่อพักรักษาตัว เดิมทีพวกนางตั้งใจจะรับข้ามาอยู่ที่เมืองหลวงตั้งแต่ช่วงปีใหม่ แต่ตอนนั้นข้าเพิ่งจะฟื้นไข้ ร่างกายทนรับการเดินทางด้วยรถม้าไม่ไหวจึงได้ปฏิเสธไป ข้าจึงเอาเงินที่ลูกสาวทั้งสองให้มา ไปใช้ฉลองปีใหม่ในเหลาอาหารอย่างสุขสบาย”
“ดังนั้นข้าจึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดในเมืองหลวงถึงมีข่าวลือหนาหูว่าลูกสาวทอดทิ้งพ่อแก่ ๆ อย่างข้า เท่าที่ข้าทราบ แม้อดีตภรรยาของข้าจะแต่งงานใหม่ไปแล้ว แต่ลูกสาวของข้าก็ยังคงส่งเงินทองไปให้นางอยู่เสมอ แม้การให้เงินจะสู้การมาปรนนิบัติข้างกายไม่ได้ แต่ข้ามันก็แค่ชาวไร่ชาวนาที่คุ้นเคยกับดินกับทราย จู่ ๆ จะให้ข้าย้ายมาใช้ชีวิตหรูหราสุขสบ