ี้นางอาจจะเคยมีความคิดที่ไม่สมควร แต่เยว่หาน เจ้าต้องเชื่อป้านะ ต่อให้ตอนนั้นหลันเอ๋อร์แต่งเข้าจวนอ๋องไปจริง ป้าก็ไม่มีวันให้นางมีโอกาสรังแกเจ้าได้แน่นอน”
“ท่านป้าพูดอะไรเช่นนั้นเจ้าคะ พี่หญิงหลันได้พบคนดีก็ควรจะยินดีด้วย” หลี่เยว่หานเอ่ยปลอบฟางจื่อหลาน “นางเป็นเด็กที่ท่านเลี้ยงดูมากับมือ จิตใจย่อมไม่เลวร้าย เพียงแต่ใจร้อนไปบ้าง นางจะมารังแกข้าได้อย่างไรเจ้าคะ”
“พูดได้ดี พูดได้ดี” ฟางจื่อหลานเห็นหลี่เยว่หานยินดีกับอวี๋หลันจากใจจริง ปมในใจของนางก็พลันคลี่คลายลง
ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากัน หยวนหลิงเอ๋อร์ที่เพิ่งสลัดตัวหลุดจากการรุมล้อมดูตัวของเหล่าฮูหยิน เมื่อเห็นหลี่เยว่หานกับฟางจื่อหลานคุยกันอย่างถูกคอ นางก็ขมวดคิ้วแน่น เดินตรงเข้ามาถามเสียงดังว่า “ฉีหวังเฟย ได้ยินว่าช่วงปีใหม่ท่านพ่อของท่านล้มป่วยหนักจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด เรื่องนี้ท่านคงไม่ได้แสร้งทำเป็นไม่รู้หรอกใช่หรือไม่?”
ช่างน่ารำคาญไม่จบไม่สิ้น หลี่เยว่หานขมวดคิ้วด้วยความเบื่อหน่าย
ขณะที่กำลังจะอ้าปากตอบ ฟางจื่อหลานก็สะกิดรั้งนางไว้เงียบ ๆ ทันใดนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็เดินออกมาจากเส้นทางเล็ก ๆ ทางด้านซ้าย เขาเดินเคียงข้างมากับฮ่องเต้หลิงอวิ๋น ตามหลังด้วยบรรดาเชื้อพระวงศ์และขุนนาง และยังมี หลี่เจี้ยนโบ จิ้นกั๋วกงคนใหม่เดินรวมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย