วินเทียนเหล่ย
“ที่สามารถกักตัวเจ้าไว้ที่เมืองหลวงได้ ท่านพ่อของเจ้าต้องขอบใจพวกเราสามีภรรยาแน่ๆ” เมิ่งฉีฮ่วนยิ้มพลางชูจอกเหล้า “ครึ่งปีมานี้ ลำบากเจ้าแล้ว”
เวินเทียนเหล่ยยิ้มรับก่อนจะชูจอกเหล้าไปทางหลี่เยว่หาน “เจ้าสามารถฟื้นกลับมาได้อย่างปลอดภัย นั่นแหละคือเรื่องที่สำคัญที่สุด”
ถูกเขาเอ่ยเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็รู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง
ความปรารถนาดีที่เวินเทียนเหล่ยมีต่อนางนั้น ในคราแรกอาจจะเริ่มมาจากความสัมพันธ์ที่มีต่อเมิ่งฉีฮ่วน แต่เรื่องราวหลังจากนั้นที่เขาคอยช่วยเหลือมาโดยตลอด มันได้ก้าวข้ามคำว่ามิตรธรรมธรรมดาไปไกลแล้ว หลี่เยว่หานได้รับน้ำใจนี้ไว้และรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก
“เช่นนั้นข้าก็ขอขอบใจคุณชายใหญ่เวิน ที่ช่วยตรากตรำทำงานหนักเพื่อพวกเราในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานชูจอกเหล้าขึ้นด้วยท่าทีสง่างามพร้อมรอยยิ้ม
จอกเหล้าเล็ก ๆ สามใบชนเข้าหากัน เวินเทียนเหล่ยรู้สึกราวกับหัวใจของตนเองสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่ความรู้สึกบางอย่างที่เคยติดค้างจะพลันมลายหายไป รอยยิ้มของเขาดูเป็นธรรมชาติและผ่อนคลายขึ้นมาก
“พวกเจ้าหมายความว่า ฝ่าบาททรงอนุญาตเป็นพิเศษให้ตระกูลหลี่และตระกูลหลิ่วทำธุรกิจเกลือและน้ำมัน โดยจะให้ตระกูลเวินของข้าเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยอย่างนั้นรึ?” เวินเทียนเหล่ยที่กำลังกินอาหารอยู่นิ่งอึ้งไปทันที “นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ นะ พวกเจ้าได้ปรึกษาฝ่าบาทแล้วหรือยัง? แล้วได้หารือกับ