กจะเลี่ยงการปะทะแย่งชิงผลประโยชน์”
“เรื่องนี้เจ้าวางใจได้ ตระกูลเวินเน้นทำธุรกิจอาวุธและเส้นทางการค้ากับต่างแดน ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับน้ำมันหรือเกลือเลย เรื่องที่เกี่ยวกับปากท้องราษฎรเหล่านี้แต่เดิมอยู่ในความดูแลของกรมพระคลังมาตลอด แต่หลายปีมานี้ผลงานของกรมพระคลังไม่สู้ดีนัก เมื่อปีที่แล้วฝ่าบาทเคยเปรยว่าอยากให้ตระกูลเวินเข้ามาช่วยจัดการ แต่ทางนั้นเขากลับปฏิเสธ โดยบอกว่าลำพังธุรกิจอาวุธก็ล้นมือแล้ว อีกทั้งตระกูลเขายังทำกิจการอื่นอีกมากมาย แม้จะเคยแตะต้องธุรกิจธัญพืชอยู่บ้างแต่ด้วยฐานะพิเศษจึงไม่กล้าขยายกิจการให้ใหญ่โตนัก ยามนี้หากมีใครเข้ามาช่วยรับช่วงต่อ สำหรับตระกูลเวินแล้วถือเป็นการช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้พวกเขาเสียมากกว่า”
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของเมิ่งฉีฮ่วน หลี่เยว่หานจึงค่อยโล่งใจขึ้นบ้าง
แต่เมื่อคิดถึงเรื่องที่ เวินเทียนเหล่ย คอยช่วยเหลือตนมาอย่างมาก หลี่เยว่หานก็ยังรู้สึกเกรงใจอยู่ดี หลังจากกลับถึงจวนอ๋อง นางจึงส่งคนไปเชิญเวินเทียนเหล่ยมาพบเพื่อรับประทานอาหารค่ำร่วมกัน
“พวกเจ้าช่างมีความสุขเสียจริง ไปเสียตั้งนาน ทิ้งกองขยะที่เมืองหลวงให้ข้าเป็นคนเก็บกวาด ยามนี้กลับมาได้อย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว มิเช่นนั้นข้าจะเลิกทำเสียให้หมดเลย!” เวินเทียนเหล่ยส่งเสียงโวยวายมาตั้งแต่หน้าประตู
เนื่องจากหลี่เจี้ยนโบเดินทางไปพบปะกับตระกูลหลิ่ว มื้อค่ำนี้จึงมีเพียงเมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานที่คอยต้อนรับเ