่องเต้หลิงอวิ๋นจะไม่เต็มใจช่วยเมิ่งฉีฮ่วนเพียงใด แต่ก็ต้องจำยอมยื่นมือเข้าช่วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แน่นอนว่าพระองค์ไม่ได้คาดคิดว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้ แม้การเป็นเมืองแม่จะฟังดูดี แต่ย่อมไม่สะใจเท่ากับการได้ขยายอาณาเขตแผ่นดินของตนเอง
และด้วยเหตุนี้เอง ในตอนที่เมิ่งฉีฮ่วนพากำลังคนไปทำลายค่ายกลสมุทรของเกาะถงเซิง ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นจึงมัวแต่วุ่นวายกับการจัดการเรื่องราวในเหลียวปี้เลี่ยตง จนไม่มีแก่ใจจะลงมาขัดขวาง
กว่าพระองค์จะทรงหาเวลามาจัดการเรื่องเกาะถงเซิงได้ เมิ่งฉีฮ่วนก็ขึ้นเกาะไปเรียบร้อยแล้ว
กว่าจดหมายจะไปถึงเกาะ เมิ่งฉีฮ่วนก็กลายเป็นพันธมิตรกับถังตงฝานผู้เป็นเจ้าเกาะไปเสียแล้ว
และเมื่อจดหมายฉบับสุดท้ายของฮ่องเต้หลิงอวิ๋นมาถึงมือ เมิ่งฉีฮ่วนก็ได้ส่งตัวเหล่าเด็ก ๆ ที่ต้องการกลับบ้านไปถึงตงฮั่นจนครบถ้วน ส่วนตัวเขาเองก็กำลังก้าวเท้าขึ้นเรือมุ่งหน้าไปยังเมืองเทียนซิงอู่เหอแล้ว
เมิ่งฉีฮ่วนมองจดหมายในมือพลางหัวเราะออกมาอย่างขบขัน
“เขียนว่าอะไรอีกหรือ? ข่มขู่เจ้าอีกแล้วรึ?” หลี่เยว่หานเองก็มองเล่ห์เหลี่ยมของฮ่องเต้หลิงอวิ๋นออกทะลุปรุโปร่ง เมื่อเห็นเมิ่งฉีฮ่วนหัวเราะ นางจึงเดินเข้ามาใกล้
สายลมทะเลพัดพาสลวยผมของนางให้พลิ้วไหวไปด้านหลังอย่างอ่อนโยน สายตาของเมิ่งฉีฮ่วนฉายแววนุ่มนวลขณะส่งจดหมายให้นาง “จดหมายบอกว่าให้รับอาอี้กับอานิ่งเข้าวัง โดยจะให้ฮองเฮาเป็นผู้ดูแลด้วยพระองค์เอง