ักกับเขาด้วยล่ะ? ตาแก่ไร้ยางอาย!”
พูดจบ ถังซีฟานก็สะบัดหน้ากลับห้องไป ทิ้งให้จงเจิ้งอวี่ได้แต่ยืนอึ้งพลางหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
นับตั้งแต่ได้แช่น้ำพุหว่านอู้เซิงเป็นครั้งแรก ร่างกายของจงเจิ้งอวี่ก็เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้น ส่วนพลังลมปราณของถังตงฝานก็ได้รับการฟื้นฟู
เมื่อหลี่เยว่หานทราบเรื่อง นางจึงอยากให้ทั้งสองแช่น้ำพุหว่านอู้เซิงทุกวัน
แม้หลี่เยว่หานจะบอกว่าน้ำพุนี้มีให้ใช้ไม่อั้น แต่จงเจิ้งอวี่และถังตงฝานกลับปฏิเสธด้วยความเกรงใจ จนถังซีฟานต้องเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย ในที่สุดหลี่เยว่หานก็ยอมอ่อนข้อให้ โดยตกลงส่งน้ำพุให้พวกเขาแช่สามวันครั้ง แต่มีเงื่อนไขว่าทั้งคู่ต้องแยกกันแช่
จนถึงตอนนี้นับว่าแช่มาสามครั้งแล้ว สุขภาพของจงเจิ้งอวี่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนถังตงฝานเองสีหน้าก็ดูผ่องใสขึ้นมาก แม้แต่เส้นผมที่เคยขาวโพลนก็เริ่มกลับมาดำขลับ สร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกคนยิ่งนัก
ครั้งนี้เมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานจะกลับเมืองเทียนซิงอู่เหอ จงเจิ้งอวี่จึงขอติดตามไปดูด้วย
ในเมื่อถังซีฟานชอบเมืองเทียนซิงอู่เหออยู่แล้ว นางย่อมไม่ปฏิเสธ และแน่นอนว่าถังตงฝานก็ต้องตามไปด้วย
เกาะถงเซิงจึงถูกฝากไว้ให้อาวุโสใหญ่และอาวุโสห้าดูแล ในบรรดาผู้ร่วมเดินทางทั้งห้าคนนี้ มีเพียงถังตงฝานคนเดียวที่เป็น ‘สุนัขโสด’ *[1]
อย่างไรก็ตาม ทั้งสามคนล้วนอยู่ในฐานะบรรพบุรุษของเมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หาน โดยเฉพาะจงเจิ้งอวี่ที่เป็น