ะให้ข้าเข้าไปอาศัยอยู่ในวังหลวง ข้าไม่มีวันยินยอมเด็ดขาด”
เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้าเห็นด้วย “ข้าเองก็ไม่ยินยอม”
เขาเอ่ยพลางก้มลงจุมพิตที่กระหม่อมของนาง “เพียงแต่สงสารอาอี้กับอานิ่งของเรา ที่ต้องไปอยู่ในวังหลวงสักพักทั้งที่ยังไม่เดียงสา”
“พวกเราจะกลับกันเมื่อใด?” หลี่เยว่หานถาม “ตอนนี้ผ่านไปครึ่งปีแล้ว การจัดการเมืองเทียนซิงอู่เหอก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเสร็จสิ้นได้ในเวลาสั้น ๆ เราคงจะรั้งอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้”
“อีกสองเดือนเถิด ขอกเวลาให้ข้าอีกสองเดือน เมื่อเมืองเทียนซิงอู่เหอเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ข้าจะรับภรรยาและลูกของเจียงหมิงมาอยู่กับเขา และฝากให้เขาเป็นผู้ดูแลที่นั่นแทน” อันที่จริงเมิ่งฉีฮ่วนอยากจะพูดถึงอีกคนหนึ่งด้วย แต่เมื่อนึกถึงหลี่เยว่หาน เขาก็ตัดสินใจเก็บคำพูดนั้นไว้
“ตกลงตามนี้ กลับไปเมืองเทียนซิงอู่เหอครั้งนี้แล้วอยู่อีกสองเดือน เราจะออกเดินทางกลับเมืองหลวงของตงฮั่นกัน” หลี่เยว่หานเอ่ยพลางซุกศีรษะเข้ากับอกของเขาอย่างออดอ้อน
“อืม ตกลงตามนั้น” เมิ่งฉีฮ่วนตบศีรษะนางเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
ภายในห้องโดยสารของเรือ
จงเจิ้งอวี่ที่มองดูคนทั้งสองโอบกอดกันดูน้ำทะเลอยู่ริมกราบเรือ อดไม่ได้ที่จะกระแอมไอออกมาอย่างเขิน ๆ ก่อนจะก้มลงมองถังซีฟานที่อยู่ข้างกาย “เอาเป็นว่า… พวกเราออกไปดูวิวกันบ้างดีหรือไม่?”
ทว่าถังซีฟานกลับกลอกตาใส่ “อยากจะออกไปดูทายาทของเจ้าพลอดรักกัน หรือว่าเจ้าเองก็อยากจะอวดความร