นจงเจิ้งอวี่เป็นเช่นนี้ ถังซีฟานอยากจะอาละวาดปลดปล่อยอารมณ์ออกมานัก
แต่นางก็รู้ซึ้งดีว่าในยามนี้ร่างกายของจงเจิ้งอวี่อ่อนแอเกินกว่าจะพรรณนา หากไม่ดูแลให้ดีเขาก็อาจจะหลับใหลไปโดยไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเมื่อใดก็ได้
นางไม่กล้าชวนเขาทะเลาะ จึงได้แต่จูงมือเขาเดินกลับเข้าห้องอย่างช้า ๆ ทั้งคู่เอนกายลงนอนเคียงข้างกันบนเตียง ทว่าไม่มีใครมีแก่ใจจะคะนึงถึงความฝันอันงดงาม ในใจต่างเต็มไปด้วยความโศกเศร้าต่อการจากลาที่อาจมาถึงได้ทุกเมื่อ
“แม่นางน้อยผู้งมงาย เจ้าลองคิดดูเถิด ชาตินี้ข้าทำมาหมดทุกอย่างแล้ว ความปรารถนาสุดท้ายก็คือการได้พบกับเจ้าอีกครั้ง บัดนี้ความหวังก็เป็นจริงแล้ว ข้าไม่มีสิ่งใดให้ต้องเสียใจอีก” จงเจิ้งอวี่พยายามตะแคงกายมองถังซีฟานที่ยังคงสะอื้นไห้ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนอย่างที่สุดเท่าที่จะเป็นได้
“ตาแก่อายุห้าร้อยปีคนหนึ่ง ยังมีโอกาสได้เห็นสตรีอันเป็นที่รักอีกครั้ง เท่านี้ก็คุ้มค่าทุกอย่างแล้ว” จงเจิ้งอวี่กล่าวพลางเอื้อมมือไปลูบหางตาของถังซีฟาน “ไม่ร้องนะ ร้องไห้มาก ๆ เดี๋ยวจะขี้เหร่เอาได้”
ในที่สุดถังซีฟานก็ไม่อาจกลั้นอารมณ์ไว้ได้อีก นางพลิกกายซบลงที่อกของจงเจิ้งอวี่แล้วปล่อยโฮออกมา
นางอยากจะสวมกอดจงเจิ้งอวี่ อยากจะหัวเราะและหยอกล้อกับเขาเหมือนเช่นวันวาน แต่นางไม่กล้า
นางกลัวว่าหากพลั้งมือไปเพียงนิดจะทำให้จงเจิ้งอวี่บาดเจ็บ ยามนี้ร่างกายของเขาช่างเปราะบางยิ่งกว่าคนธรรมดาเสียอีก หากขยับตั