วแรงไปเพียงนิดย่อมเกิดอันตรายได้
ถังซีฟานจึงอดกลั้นอยู่นาน ทำได้เพียงซบศีรษะลงบนหน้าอกของเขา ร้องไห้อย่างน่าเวทนาราวกับเด็กน้อยที่หลงทางหาบ้านไม่เจอ
ทางด้านถังตงฝานที่ยืนอยู่ในลานบ้าน ท่ามกลางแสงจันทร์อันกระจ่างใส เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้อันขมขื่นของน้องสาว เขาก็รู้สึกราวกับถูกยัดยาขม (หวงเหลียน) คำโตเข้าปาก ขมล้ำลึกไปจนถึงขั้วหัวใจจนสั่นสะท้านไปทั้งทรวง
“เฮ้อ…” เนิ่นนานผ่านไป ถังตงฝานถอนหายใจยาว น้ำตาใส ๆ ไหลรินอาบแก้ม
เขาปาดน้ำตาออก ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
การกลับมาของถังซีฟานคือความปรารถนาอันแรงกล้าตลอดหลายร้อยปีของเขาและจงเจิ้งอวี่ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นปมในใจ ทว่ายามนี้คนกลับมาแล้วจริง ๆ แต่ผู้ที่รอนางอยู่ทั้งสองคนกลับเหลือเวลาอีกไม่มากนัก
ถังตงฝานรู้สภาพร่างกายของตนเองดี ที่ทนมาได้ถึงห้าร้อยปีล้วนเป็นเพราะอานิสงส์ของพลังฝึกฝนกายา แต่จงเจิ้งอวี่นั้นต่างออกไป ในตอนนั้นเพื่อที่จะแฝงตัวเข้าไปในเขตอิทธิพลของบรรพชนเหยี่ยวดำโดยการปลอมเป็นศิษย์สำนักจางอัน เขาฝึกฝนตบะเพียงไม่กี่ปี พลังจึงอ่อนด้อยนัก แม้แต่ขั้นจินตานก็ยังไปไม่ถึง
หากมิใช่เพราะดวงจิตสัมผัสแต่กำเนิดนั้นแข็งแกร่ง เกรงว่าเขาคงไม่มีโอกาสได้หลอมตัวเองให้กลายเป็นหุ่นเชิดมนุษย์ เพื่อมีชีวิตอยู่ในโลกอย่างกึ่งคนกึ่งผีเช่นนี้ได้หรอก
ห้าร้อยปีเชียวนะ…
สำหรับคนธรรมดา หนึ่งช่วงชีวิตก็แค่ร้อยปีสั้น ๆ พวกเขาใช้ชีวิตมาเท่ากับห้าชาติภพของ