ชสำนักกลับไม่ยอมปล่อยให้เด็กที่มีศักยภาพหลุดลอยไปอยู่ในป่าเขา จึงได้เพิ่มความเข้มงวดในการกวาดล้างขึ้นทุกปี
แม้จะมิอาจกำจัดให้สิ้นซากได้ แต่จำนวนคนที่สูญหายกลับเพิ่มขึ้นแทนที่จะลดลง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างยิ่ง ยิ่งราชสำนักพยายามป่าวประกาศความสำเร็จในการกวาดล้างโจรลักเด็กมากเท่าใด ความเลื่อมใสของราษฎรที่มีต่อทางการก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเท่านั้น
แต่หากวันใดความจริงปรากฏว่า “โจรลักเด็ก” ที่ใหญ่ที่สุดก็คือราชสำนักเสียเอง ผลที่ตามมาคงพินาศย่อยยับ
นี่คือสาเหตุที่เกาะถงเซิงยอมส่งคนมาเจรจาในครั้งนี้
ขอเพียงเมิ่งฉีฮ่วนล้มเลิกความคิดที่จะทำลายเกาะถงเซิง พวกเขาก็ยินดีจะจ่ายค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ
รวมไปถึงการส่งสตรีงามมาปรนนิบัติเมิ่งฉีฮ่วนด้วย
“เสี่ยวเมิ่ง เกาะถงเซิงก็เปรียบเสมือนบ้านของเจ้า เจ้าอยากจะทำลายบ้านของตัวเองจริง ๆ หรือ?” ผู้อาวุโสห้าเริ่มหันมาใช้ไม้ตายทางด้านความรู้สึก
เมิ่งฉีฮ่วนกลับมิได้ใส่ใจแม้แต่น้อย “สถานที่พรรค์นั้นน่ะหรือที่เรียกว่าบ้าน? ยามที่ผู้อาวุโสเอ่ยคำนี้ออกมา มิรู้สึกตลกบ้างหรือไร?”
สีหน้าของผู้อาวุโสห้าพลันแข็งค้าง “หากมิใช่เพราะเกาะถงเซิง เจ้าจะมีวิชาความรู้ติดตัวมาจนถึงป่านนี้หรือ?”
“ผู้อาวุโสล้อเล่นแล้ว หากเกาะถงเซิงสั่งสอนวิชาความรู้ตามครรลองที่ควรเป็น เปิ่นหวังย่อมไม่ตำหนิสิ่งใด แต่ที่ผ่านมาเกาะถงเซิงกลับทำแต่เรื่องที่ผิดทำนองคลองธรรม เรื่องนี้ผู้อาวุโสย่อมร