ารย่อมไม่มีทางเชื่อฟังองค์ชายใหญ่
ต่อให้ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นคิดจะขยับกองทัพชายแดนในยามนี้ ก็ต้องพิจารณาอย่างหนัก
เพราะการเจรจาสงบศึกกับพวกชนเผ่าเร่ร่อนของเมิ่งฉีฮ่วนนั้นเป็นเพียงการแสดงงิ้วฉากหนึ่ง การจะแบ่งดินแดนอันกว้างใหญ่ของเหลียวปี้เลี่ยตงให้พวกนั้นครึ่งหนึ่งย่อมเป็นไปไม่ได้ แผนการเดิมคือการล่อเสือออกจากถ้ำ หากคาดการณ์ไม่ผิด ยามนี้พวกชนเผ่าเร่ร่อนคงถูกกวาดต้อนไปเกือบหมดแล้ว และพื้นที่ชายแดนยังคงต้องการทหารจำนวนมากเพื่อเฝ้าระวัง
ในเมื่อเคลื่อนย้ายกองทัพชายแดนไม่ได้ ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นย่อมไม่โง่พอที่จะปล่อยให้องค์ชายใหญ่ฝืนคุมกองทัพชานเมืองมาทำศึก
เมื่อเทียบกับความมั่นคงของราชบัลลังก์แล้ว เกาะถงเซิงย่อมกลายเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญขึ้นมาทันที
“เจ้าคิดจะทำลายเกาะถงเซิงให้สิ้นซากจริง ๆ สินะ!” ผู้อาวุโสห้ายามนี้รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างยิ่ง แม้เมิ่งฉีฮ่วนจะเป็นศิษย์ที่เขาภาคภูมิใจที่สุด แต่ยามนี้ทั้งสองกลับยืนอยู่คนละฝั่ง ทำให้เขาต้องเจ็บปวดใจและลังเลใจอย่างหนัก