่งที่พุ่งแหวกอากาศตรงเข้ามา กระแทกเข้าใส่พลังจิตของนางอย่างจัง!
แรงปะทะนั้นมหาศาลจนแม้แต่ ‘แดนราชันไร้เทียมทาน’ ยังส่งเสียงสั่นสะเทือนอื้ออึง
นี่คือความกดดันอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน พลังจิตถูกรีดเค้นออกมาต้านทานอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าของหลี่เยว่หานซีดขาวลงในพริบตา
พลังโจมตีถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน หลี่เยว่หานต้องประคองสติอย่างยากลำบาก ยามนี้ทะเลปั่นป่วนจนนางไม่อาจละมือไปหยิบ ‘หว่านอู้เซิง’ มาเสริมพลังได้ จึงทำได้เพียงกัดฟันฝืนทนรับแรงปะทะต่อไป
นางไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังโจมตีพลังจิตของนางอยู่นั้นคือสิ่งใด แต่สัญชาตญาณบอกว่ามันอันตรายถึงชีวิต
หลังจากพลังจิตถูกกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในที่สุดแรงกดดันนั้นก็เริ่มอ่อนกำลังลง การโจมตีไม่กี่ครั้งสุดท้ายดูคล้ายกับการดิ้นรนครั้งสุดท้ายที่เต็มไปด้วยความไม่ยินยอม มันกระแทกลงบนข่ายพลังจิตที่จวนเจียนจะพังทลายของหลี่เยว่หาน ก่อนจะสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“ค่ายกลสมุทรถูกทำลายแล้ว” ก่อนที่หลี่เยว่หานจะสิ้นสติเพราะสูญเสียพลังจิตจนหมดสิ้น นางได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาของเมิ่งฉีฮ่วน แต่นางยังไม่ทันจะได้แย้มยิ้มด้วยความยินดี ความเจ็บปวดแปลบราวกับเข็มทิ่มแทงก็พุ่งเข้าสู่สมอง คล้ายกับมีสิ่งของพังทลายลงระเนระนาด และโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา
จากนั้น นางก็จมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราอันลึกซึ้ง
เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง นางก็พบว่าตนเองกลับมาอยู่บนเรือรบขนาดใหญ่แล้ว
หลี่เยว่หานม