กตินางมักจะเรียกชื่อเต็มของเขา ไม่ก็เรียกว่าท่านพี่ นางเคยเรียกชื่อ ‘ฉีฮ่วน’ อย่างสนิทสนมจนชวนขนลุกเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“เจ้าไม่เชื่อใจข้า…” เมิ่งฉีฮ่วนนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าว เขาไม่กล้าขยับเข้ามาใกล้ ได้แต่แสดงละครต่อไปอย่างตั้งใจ
“พวกเราเป็นสามีภรรยากันมานาน เจ้าแยกแยะไม่ออกเชียวหรือว่าข้าเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม?”
ได้ยินคำนี้ หลี่เยว่หานก็อยากจะด่าเปิงออกมานัก
แต่ท้ายที่สุดนางก็สะกดกลั้นไว้ นางยกไม้พายขึ้นอีกครั้งพลางผนึกพลังจิตโจมตีเข้าใส่ แล้วหวดออกไปอย่างเด็ดขาด ภาพลวงตาที่อ้างตนว่าเป็น “เมิ่งฉีฮ่วน” กรีดร้องโหยหวนก่อนจะสลายตัวไป
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลี่เยว่หานจึงลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ
โชคดีที่นางไม่หลงกลไปกับกับดักที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ เช่นนี้
นางกระชับมือซ้ายให้แน่นขึ้น เมื่อได้รับการบีบตอบจากเมิ่งฉีฮ่วน หลี่เยว่หานก็เบาใจลง
ค่ายกลสมุทรมีเล่ห์เหลี่ยมมากมาย คาดว่าสถานการณ์ฝั่งเมิ่งฉีฮ่วนเองก็คงไม่ดีไปกว่านางเท่าใดนัก
ในช่วงสองวันที่ผ่านมา หลี่เยว่หานเคยฟังเมิ่งฉีฮ่วนเล่าถึงภาพมายาที่เขาเผชิญ
อาจเป็นเพราะเมิ่งฉีฮ่วนเป็นผู้ที่ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชน ภาพมายาที่เขาเห็นส่วนใหญ่จึงเป็นซากศพและกองกระดูก แม้จะดูน่าสยดสยองเพียงใด แต่มองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของปลอม
ทว่าสำหรับการบุกค่ายกลครั้งนี้ หลี่เยว่หานกลับรู้สึกไม่มั่นใจ ในตอนแรกที่นางเก็บพลังจิตกลับมา นา