อกมาให้ชัดแจ้ง” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยพลางเลิกแขนเสื้อขึ้นเช็ดคราบเลือดที่ติดอยู่บนตัวกระบี่จนสะอาด ก่อนจะเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ท่านอ๋องฉี ธรรมเนียมของเราคือการเอาชนะฝ่ายตรงข้าม มิใช่การหมายเอาชีวิต อีกทั้งคนที่ท่านสังหารไปก็หาใช่ยอดนักรบไม่ ท่านกำลังเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์!” ชายผู้หนึ่งที่ใจกล้ากระโดดออกมาตะโกนด้วยใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น “ก่อเหตุฆาตกรรมในวันมงคล ท่านอ๋องฉีไม่ดูถูกพวกเราเกินไปหน่อยหรือ!”
“เหอะ” เมิ่งฉีฮ่วนไม่ตอบคำ เขาเพียงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เบื้องหลังคือศพทั้งสาม ปล่อยให้คนเหล่านั้นรุมชี้หน้าด่าทอว่าเขาก่อเหตุร้ายในวันมงคลโดยไม่ไหวติง
หลังจากคุมเชิงกันอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังมาจากที่ไกล ๆ
“แย่แล้ว! พวกชนเผ่าเร่ร่อนบุกยึดวังหลวงแล้ว!”
ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างหน้าถอดสี พากันวิ่งหนีเอาตัวรอดกระจัดกระจาย ใครจะมามัวห่วงเรื่องความยุติธรรมอยู่ตรงนี้อีก
ทว่าในใจของพวกเขาต่างเต็มไปด้วยความฉงนสงสัย ทั้งที่หิมะยังละลายไม่หมด ทั้งที่เมืองชายแดนยังอยู่ห่างจากวังหลวงถึงห้าเมือง แล้วพวกชนเผ่าเร่ร่อนบุกมาถึงที่นี่ได้อย่างไร!
“นั่นคือตงฮั่น! นั่นคือเหล่าทหารหาญจากเมืองหลวง! ทหารจากเมืองหลวงมาช่วยพวกเราแล้ว!”
“ไม่ดีแน่ แคว้นตงฮั่นกับพวกชนเผ่าเร่ร่อนร่วมมือกัน!”
…
เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่ว วังหลวงตกอยู่ในความโกลาหล ทหารทั้งหมดถูกระดมไปอารักขาพระราชวัง