ที่เย็นชาดุจน้ำแข็งเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย “คราวนั้นข้าให้เจ้าแฝงตัวเข้าไปในชนเผ่าเร่ร่อน นึกไม่ถึงว่าเวลาไม่ถึงครึ่งปี เจ้าจะได้ขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่าเสียแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กัวอี้ที่มีผิวสีเข้มก็แสดงอาการเคอะเขิน “ชนเผ่าเร่ร่อนนิยมความแข็งแกร่ง ผู้น้อยบังเอิญสังหารหัวหน้าเผ่าคนเก่าตายในการประลอง จึงได้สืบตำแหน่งต่อมาอย่างชอบธรรมขอรับ”
หมากตัวนี้คือสิ่งที่เมิ่งฉีฮ่วนวางไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เดิมทีเขามีเจตนาจะปกป้องเหลียวปี้เลี่ยตงซึ่งเป็นแคว้นบริวารที่อ่อนแอ และชนเผ่าเร่ร่อนเองก็เป็นปัญหาเรื้อรังของแคว้นตงฮั่นมานานปี
แต่กัวอี้กลับดุดันกว่าที่เขาคิด จนถึงขั้นขึ้นเป็นผู้นำเผ่าได้ด้วยตัวเอง
เดิมทีกัวอี้ได้รับคำสั่งจากเมิ่งฉีฮ่วนว่าในปีนี้ชนเผ่าเร่ร่อนจะไม่เข้าปล้นสะดมแคว้นทางเหนือ แต่ใครจะคิดว่าเหลียวปี้เลี่ยตงกลับเดินหมากที่น่ารังเกียจออกมาเสียก่อน ทำให้เมิ่งฉีฮ่วนตัดสินใจที่จะกำจัดทิ้งโดยไม่ลังเล
“เมิ่งฉีฮ่วน นึกไม่ถึงว่าท่านจะเป็นคนเยี่ยงนี้!” องค์หญิงสิบสามทนไม่ไหวอีกต่อไป นางวิ่งขึ้นมาบนกำแพงวังหลวง เมื่อเห็นภาพเบื้องล่างนางก็โกรธจนดวงหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเหี้ยมเกรียม “ท่านไม่กลัวหรือว่าข้าจะทำลายหว่านอู้เซิงทิ้งเสีย!”
“กลัวสิ” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้ารับอย่างไม่ปิดบัง “แต่หากเจ้าส่งมอบหว่านอู้เซิงมา เปิ่นหวังยังอาจจะละเว้นชีวิตคนในตระกูลฮาลี่ของเจ้าไว้ได้บ้าง เจ้าอยากจะลองเลือกดูหน่อ