ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ วางหมากขาวลงแล้วแย้งว่า “แต่บางคนก็เป็นใบ้มาตั้งแต่เกิดนะครับ”
“คนที่เป็นใบ้แต่กำเนิด ส่วนใหญ่จะหูหนวกด้วย แต่เห็นได้ชัดว่าแม่นางฝานเอ๋อร์ได้ยินเสียงและเข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้ง” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางวางหมากดำลงไป กลหมากบนกระดานพลันเปลี่ยนเป็นรุกฆาตทันที “นายแพ้แล้ว”
“เดินหมากกับท่านอ๋องทีไร ผมไม่เคยชนะเลยจริง ๆ” ตอนแรกเจียงหมิงยังแอบไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ เพราะในโลกก่อนเขาเคยเป็นถึงแชมป์หมากรุกระดับเยาวชนระดับประเทศเชียวนะ
แต่พอมาเจอเมิ่งฉีฮ่วนเข้า แพ้แล้วแพ้อีกจนตอนนี้เขาเริ่มจะหมดทิฐิไปเอง ช่วยไม่ได้ ในเมื่อแพ้จนชินแล้ว ถ้ายังขืนดื้อรั้นกุมขมับต่อมีหวังได้อกแตกตายเสียก่อน
“ข้าล่ะสงสัยนัก ทำไมตอนนั้นนายถึงยอมรับการคลุมถุงชนของจงเจิ้งเซวียน ทั้งที่ยอมแต่งงานและมีลูกล่ะ?” เมิ่งฉีฮ่วนเป็นเพียงไม่กี่คนที่รู้ฐานะผู้มาจากต่างโลกของเจียงหมิง
“ข้าเคยได้ยินเยว่หานเล่าเรื่องโลกของพวกนายมาบ้าง เห็นว่าพวกนายเน้นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล และปฏิเสธการ… การคลุมถุงชนไม่ใช่หรือ?”
เมื่อถูกจี้จุด เจียงหมิงก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วน “ตอนแรกผมก็ปฏิเสธครับ เพราะจงเจิ้งเซวียนไม่ใช่เจ้านายในอุดมคติที่ผมอยากจะรับใช้เลย แต่ช่วยไม่ได้จริงๆ เขาเล่นวางกู่ใส่ผม แถมยังล้างสมองว่าถ้าผมยอมสร้างครอบครัวเป็นฝั่งเป็นฝา เขาถึงจะยอมลดการเฝ้าติดตามลง ท่านอ๋องไม่รู้หรอกว่าช่วงนั้นผมใช้ชีวิตยังไง จงเจิ้งเซวียนเป็