ต่อให้เหลือลมหายใจเพียงเฮือกเดียว หากได้รับหว่านอู้เซิงก็จะกลับฟื้นคืนชีพได้” องค์หญิงสิบสามเห็นเมิ่งฉีฮ่วนยังคงนิ่งเงียบ ก็นึกว่าตนเองเป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่าแล้ว จึงเชิดหน้าขึ้นอย่างลำพอง
“หลายปีมานี้เพื่อเป็นการเอาใจแคว้นตงฮั่นที่เป็นประเทศแม่ ทุกครั้งที่ส่งขนมไป เราจะผสมหว่านอู้เซิงลงไปเล็กน้อย แม้ปริมาณจะน้อยนิดแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้รสชาติพิเศษไม่เหมือนใคร ข้าคิดว่าท่านอ๋องย่อมล่วงรู้ดี”
“อานิ่งเป็นที่โปรดปรานของเสด็จพ่อ พระองค์จึงตัดสินใจจะยกหว่านอู้เซิงครึ่งหนึ่งให้อานิ่งเป็นสินเดิม หากท่านอ๋องต้องการช่วยพระชายา ก็จงหาฤกษ์ดีมาสู่ขออานิ่งกับเสด็จพ่อเถิดค่ะ” พูดจบ องค์หญิงสิบสามก็ย่อตัวคำนับอย่างแช่มช้อย ก่อนจะพาฝานเอ๋อร์เดินจากไป
“ท่านอ๋อง…” หลังจากทั้งคู่พ้นเขตเรือนไปแล้ว เจียงหมิงก็เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เรื่องหว่านอู้เซิงเกรงว่าจะเป็นเรื่องจริง แต่เมื่อครู่ข้าสังเกตเห็นแม่นางฝานเอ๋อร์ ทันทีที่องค์หญิงสิบสามเอ่ยชื่อหว่านอู้เซิงออกมา ท่าทางของนางดูผิดปกติอย่างมากครับ”