อ ผลผลิตทางการเกษตรจึงไม่ได้งอกงามนัก แต่กลับต้องส่งเสบียงเหล่านั้นเป็นบรรณาการแก่พวกชนเผ่าเร่ร่อนเพียงเพื่อแลกกับสันติภาพชั่วคราว
ซ้ำร้ายพวกชนเผ่าเร่ร่อนเหล่านั้นยังไร้ยางอายยิ่งนัก ฝั่งหนึ่งรับของกำนัลจากราชสำนักไป แต่อีกฝั่งหากแบ่งผลประโยชน์กันไม่ลงตัวภายในเผ่า ก็จะยกพวกมาปล้นชิงชาวบ้านตามชายแดนอีกรอบ
ในช่วงปีเหล่านั้น เหลียวปี้เลี่ยตงจึงตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกและทุกข์ยากแสนสาหัส ส่งผลให้คนทั้งประเทศมีท่าทีต่อต้านคนนอกอย่างรุนแรง
จนกระทั่งได้รับความคุ้มครองจากแคว้นตงฮั่น แม้การที่กองทัพจะเดินทางมาถึงต้องใช้เวลาสิบวัน แต่ก็ยังดีกว่าเมื่อก่อนที่พวกชนเผ่าเร่ร่อนจะเข้าปล้นชิงต่อเนื่องยาวนานถึงหนึ่งเดือนเต็ม บางปีที่รุนแรงหน่อยก็ลากยาวไปจนถึงต้นฤดูร้อนจนกว่าทุ่งหญ้าจะเขียวขจีและอุดมสมบูรณ์ถึงจะยอมเลิกรา
ยิ่งไปกว่านั้น ในทุกปีก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว กองทัพชายแดนของแคว้นตงฮั่นจะส่งทหารห้าหมื่นนายมาประจำการที่เมืองชายแดนทางเหนือของเหลียวปี้เลี่ยตงเพื่อข่มขวัญศัตรู และจะถอนกำลังกลับก็ต่อเมื่อหิมะแรกเริ่มตกหนักเท่านั้น
เพราะเมื่อหิมะปกคลุมทุ่งหญ้า พวกชนเผ่าเร่ร่อนก็ไม่กล้าผลีผลามออกมา เนื่องจากทัศนวิสัยที่เลวร้ายทำให้หลงทางได้ง่ายและลมหนาวทางเหนือนั้นรุนแรงเกินกว่าจะเสี่ยงชีวิต
ตามหลักแล้ว การที่ประเทศมหาอำนาจให้ความคุ้มครองประเทศราชขนาดนี้ก็นับว่ามีน้ำใจมากพอแล้ว แต่ใจคนเรานั้นมักจะไ