บไม่เคยโอ้อวด นางเป็นตัวของตัวเองก่อนจะเป็นภรรยาของข้าเสียอีก นางคือคนที่สอนให้ข้ารู้จักคำว่าให้เกียรติ และสอนให้ข้าเลิกมองสิ่งต่าง ๆ ด้วยสายตาที่ตัดสินคนจากภายนอก”
“ถ้าเยว่หานไม่ได้สอนสิ่งเหล่านี้ให้ข้า ป่านนี้ข้าคงมองว่าองค์หญิงถังเป็นเพียงสตรีที่น่ารำคาญคนหนึ่งไปแล้ว”
“ดังนั้นจะว่าไป องค์หญิงถังควรจะขอบคุณเยว่หานด้วยซ้ำ ที่ทำให้นางสอนข้าให้ไม่ดูถูกสตรี”
พูดจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็มององค์หญิงถังที่กำลังยืนอึ้งด้วยท่าทางหยิ่งยโส ราวกับกำลังรอให้นางกล่าวขอบคุณจริง ๆ
องค์หญิงถังที่โดนตอกกลับจนสมองตามไม่ทัน พอได้สติก็ยิ้มเจื่อน ๆ “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง หวังเฟยช่างเป็นสตรีที่น่าทึ่งจริง ๆ ขอบพระคุณหวังเฟยมากเจ้าค่ะ”
นางเองก็ยังงงอยู่เลยว่าต้องขอบคุณเรื่องอะไรกันแน่
เจียงหมิงที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ได้แต่พยายามกลั้นหัวเราะจนเหนื่อย
ตอนแรกเขายังแอบกังวลว่าองค์หญิงสิบสามคนนี้จะมีแผนการอะไร แต่ดูเหมือนว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะมองออกถึงเจตนาของนางก่อนเขาเสียอีก
ยิ่งกว่านั้น เมิ่งฉีฮ่วนยังขยันยกยอหลี่เยว่หานเสียจนแทบจะหาคำมาเปรียบไม่ได้ เขาตั้งใจแสดงให้องค์หญิงถังดูอย่างเต็มที่ว่า ‘คนเกรงใจเมีย’ ที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร
จนกระทั่งเกือบเที่ยง องค์หญิงถังจึงยอมกลับออกจากเรือนพักลี้ภัยไป
เมื่อมองส่งแผ่นหลังของนางที่เดินไกลออกไป เมิ่งฉีฮ่วนก็แค่นเสียงเหอะอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเดินนำเจียงหมิงกลับเข้าเรือน
“ท่านอ๋องม