การโต้เถียงกันอย่างรุนแรง พายุความขัดแย้งนี้ยืดเยื้ออยู่นานเกือบหนึ่งปี จนกระทั่งฝ่ายพระสนมชุยเป็นผู้ทูลขอลดตำแหน่งตนเองลงมาเป็น ‘กุ้ยเหริน’ เรื่องราวถึงได้สงบลง
และในปีเดียวกันนั้นเองที่พระนางเริ่มมีอาการป่วยออด ๆ แอด ๆ เดิมทีฮ่องเต้หลิงอวิ๋นก็ทรงรักถนอมนางอยู่แล้ว แม้จะถูกลดตำแหน่งลงมาแต่ก็ยังให้พำนักอยู่ที่ตำหนักกว่างหยางตามเดิม เครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ กลับเพียบพร้อมยิ่งกว่าแต่ก่อน แม้แต่สตรีในตระกูลชุยก็ยังสามารถเข้าออกวังมาเยี่ยมเยียนได้บ่อยครั้ง
หลังจากผ่านไปครึ่งปี สุขภาพของพระนางก็ค่อย ๆ ดีขึ้น ส่วนคนในตระกูลชุยต่างก็พากันถวายฎีกาขอลาออกจากตำแหน่งราชการ เพื่อไม่ให้พระนางต้องลำบากใจในวังหลังอีกต่อไป
การกระทำนี้ทำให้ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นทรงชื่นชมตระกูลชุยเป็นอย่างมาก เมื่อไม่มีตระกูลเดิมคอยเป็นภาระรบกวน ฮ่องเต้จึงทรงมอบความรักความโปรดปรานให้พระนางอย่างเปิดเผยและไร้ขีดจำกัด หากไม่เกรงใจความรู้สึกของฮองเฮา พระองค์คงจะแต่งตั้งพระนางจากตำแหน่งกุ้ยเหรินขึ้นเป็นพระมเหสี ไปนานแล้ว
แต่สิ่งที่น่าแปลกก็คือ นับตั้งแต่คนตระกูลชุยออกจากราชสำนักไป พวกเขาก็ไม่เคยย่างกรายเข้าวังมาอีกเลย แม้แต่พระนางเองก็ไม่เคยร้องขอให้นัดพบใคร นางเพียงใช้ชีวิตเรียบง่ายชมดอกไม้ในสวน หากมีอารมณ์สุนทรีย์ก็นำดนตรีมาบรรเลงหรือร่ายรำไปตามจังหวะ ดูไปแล้วก็ไม่ต่างจากพระสนมผู้เป็นที่โปรดปรานทั่วไป
ทว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อ