ย็น
เขาไม่ได้หวังให้พวก ‘ศพเดินได้’ เหล่านี้กินอาหารจริง ๆ หรอก แต่พวกนั้นต้องแสดงละครตบตา ทว่าหากเนื้อนี้ถูกกินลงท้องไปเมื่อไหร่ การจะพิสูจน์ว่าพวกนั้นเป็นคนหรือผีก็จะมีคำตอบทันที
ตามที่เมิ่งฉีฮ่วนคาดการณ์ไว้ ศพเดินได้พวกนี้คงจะกินเนื้อไปสองสามคำเพื่อบังหน้า แล้วหาข้ออ้างส่งเนื้อที่เหลือคืนให้เฮ่อเจิ้งเทียน แต่นั่นไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือหากศพเดินได้เหล่านี้กินเนื้อเข้าไป พวกมันก็ไม่อาจคงสภาพศพเดินได้ไว้ได้อีกต่อไป
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เฮ่อเจิ้งเทียนก็ได้แต่มองฟ้าถอนหายใจ
องครักษ์ลับเหล่านั้นก็คือพี่น้องของเขาเหมือนกัน ยามนี้เห็นพี่น้องที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขต้องกลายมาอยู่ในสภาพที่ไม่ใช่คนไม่ใช่ผีเช่นนี้ ในใจของเขาช่างปวดร้าวนัก
ทว่าย่อมไร้หนทางแก้ไข ในเมื่อพวกเขาไม่ระวังตัวเองให้ดี…
เขาคิดพลางกัดกินเนื้อขากวางโรที่เหลือจนเกลี้ยง จิบน้ำต้มที่เริ่มเย็นลง จากนั้นก็เดินไปที่ริมลำธารอย่างสบายอารมณ์ ล้างไม้ล้างมือแล้วตักน้ำกลับมาใหม่ ในตอนนั้นรถม้าของพวกหงซิ่วไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ แล้ว ทว่าเมื่ออาศัยแสงจันทร์มองดู เฮ่อเจิ้งเทียนกลับเห็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ จำนวนมหาศาลยุบยับเต็มไปหมด จนเขารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“นายท่าน” หลังจากโรยผงยาลงในน้ำและตั้งไฟต้มอีกครั้ง เฮ่อเจิ้งเทียนก็ขยับเข้าไปใกล้รถม้าของเมิ่งฉีฮ่วนอย่างระแวดระวังพลางเรียกเสียงเบา
ครืด— ประตูรถม้าเปิดออก เจียงหมิงที่นั่งอยู่ข้างในส่ง