านั่นมีพระชายาอยู่นะ!”
เจียงหมิงส่ายหัว “แล้วทำไมท่านอ๋องไม่แสดงตัวตนตั้งแต่แรกเล่า?”
“…” เฮ่อเจิ้งเทียนตอบไม่ได้
ตอนที่เขากำลังรับมือกับชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ เขาก็เคยนึกสงสัยว่าท่านอ๋องของเขาฝีมือเก่งกาจถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงไม่เปิดฉากสู้ไปเลย ต่อให้จะกังวลเรื่องพระชายาในรถม้า ก็สามารถล่อคนพวกนั้นไปสู้อีกทางหนึ่งได้
แต่เมิ่งฉีฮ่วนกลับไม่ทำเช่นนั้น
เขาลงมือปลิดชีพคนสองคนอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว จนกระทั่งเห็นฉือหลินเจียงก้าวขึ้นไปบนรถม้า เขาถึงได้ยอมเปิดเผยฐานะออกมา
หากยอมเผยตัวแต่แรกคงลดความยุ่งยากไปได้มาก… และด้วยความหวาดกลัวที่ฉือหลินเจียงมีต่อเมิ่งฉีฮ่วน อย่าว่าแต่ปีนขึ้นรถม้าเลย ต่อให้สั่งให้เขาขยับมานั่งผิงไฟใกล้ ๆ เขาก็คงมิกล้า
เรื่องนี้แสดงว่า… เมิ่งฉีฮ่วนไม่ต้องการเปิดเผยฐานะอย่างนั้นหรือ?
หรือจะพูดให้ถูกคือ ไม่อยากให้พวกเขาเห็นตัวตนในฐานะ “ท่านเก้าบรรพบุรุษ” นี้?
เมื่อตระหนักได้ถึงจุดนี้ เฮ่อเจิ้งเทียนและเจียงหมิงต่างหันมามองหน้ากันด้วยสายตาที่รู้กันดี ก่อนจะรีบดับไฟแล้วมุดเข้าใต้ผ้าห่มทันที
ยามที่เมิ่งฉีฮ่วนลงมือฆ่าคน เขาดูราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ในเมื่อเดิมทีเขาไม่อยากเปิดเผยตัวตนต่อหน้าพวกเขา แต่สุดท้ายกลับต้องยอมเผยออกมาเพื่อปกป้องหลี่เยว่หาน และสังหารสมาชิกพรรคหมาป่าเหมันต์ทุกคนทิ้งจนเกลี้ยง เหลือไว้เพียงฉือหลินเจียงแค่คนเดียว… ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเสียวสันหลังวาบจนแทบจะบ้า