น่
ก่อนที่ฟ้าจะมืดในยามที่พวกเขาหยุดสร้างที่พักชั่วคราว รถม้าถูกจอดไว้ด้านข้าง และเป็นความบังเอิญที่หัวหน้ากลุ่มฝั่งนั้นยืนอยู่ใกล้กับรถม้าพอดี เมิ่งฉีฮ่วนกังวลว่าหากอีกฝ่ายพบว่าในรถมีหลี่เยว่หานที่หมดสติอยู่ เขาอาจจะชิงลงมือจับนางเป็นตัวประกันก่อน
ยามนี้อาการของหลี่เยว่หานยังไม่ชัดเจน เมิ่งฉีฮ่วนจึงมิกล้าเสี่ยงเอาชีวิตนางมาเดิมพัน
“พี่ชายทุกท่าน พวกเรามีเงินติดตัวอยู่เพียงเท่านี้ ขอมอบให้พวกท่านไว้เป็นค่าสุราเถิด พอรุ่งเช้าพวกข้าจะรีบออกไปจากเขตเมืองเทียนซิงอู่เหอทันที!” เฮ่อเจิ้งเทียนเองก็ล่วงรู้ความกังวลของเมิ่งฉีฮ่วน เมื่อเห็นว่าพูดดีอย่างไรคนกลุ่มนี้ก็ไม่แยแส เขาจึงกัดฟันตัดสินใจควักเงินเก็บส่วนตัวออกมาส่งให้
ทันทีที่เห็นเงิน ชายร่างกำยำคนหนึ่งในกลุ่มนั้นก็ปรี่เข้ามาคว้าถุงเงินจากมือเฮ่อเจิ้งเทียนไปอย่างไม่เกรงใจ เขาโยนถุงเงินในมือเพื่อกะน้ำหนัก ก่อนจะเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจพลางกล่าวว่า “เงินแค่ไม่กี่เหรียญนี่นะหรือที่กล้าเรียกว่าค่าเดินทาง? ยังมีหน้าเอามาเซ่นไหว้พวกข้าพรรคหมาป่าเหมันต์อีกหรือ! ข้าว่าเจ้าคงอยากโดนสั่งสอนมากกว่ามั้ง!”
พูดไม่ทันขาดคำ ชายร่างยักษ์ก็ลงมือทันที เฮ่อเจิ้งเทียนยามนี้มีความพะว้าพะวังจึงมิกล้าตอบโต้ ทำได้เพียงย่อตัวหลบพลางแสร้งทำน้ำเสียงสั่นเครือคล้ายคนจะร้องไห้อย่างสมบทบาท “พี่… พี่ชายไว้ชีวิตด้วย พวกข้าวิ่งรอนแรมกลางทุ่งหิมะมาหลายวันแล้ว ไม่มีเงินเหลือแ