ล้วจริงๆ…”
“บนรถม้าบรรทุกอะไรไว้!” ชายร่างยักษ์ถามด้วยน้ำเสียงดุดัน
ยามที่อีกฝ่ายเอ่ยถึงรถม้า เมิ่งฉีฮ่วนพลันหรี่ตาลงทันที หากมิใช่เพราะเขามุ่งความสนใจไปที่หัวหน้ากลุ่มซึ่งยืนอยู่ในเงามืดข้างรถม้า ป่านนี้คงถูกเสียงโวยวายของชายร่างยักษ์กับเฮ่อเจิ้งเทียนดึงความสนใจไปจนมองไม่เห็นว่ามีคนอีกสองสามคนกำลังแอบย่องเข้าใกล้รถม้าอย่างเงียบเชียบ
จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้!
ความคิดนี้เพิ่งจะผุดขึ้นในใจ ร่างของเมิ่งฉีฮ่วนก็พุ่งออกไปดุจสายฟ้า มือของเขาคว้าสนับมือมาสวมไว้ตั้งแต่เมื่อใดมิอาจรู้ แสงเย็นเยียบจากโลหะสะท้อนวาบวับพุ่งตรงไปยังใบหน้าของหัวหน้ากลุ่มนั้นท่ามกลางพายุหิมะอันบ้าคลั่ง
เมื่อเห็นเมิ่งฉีฮ่วนลงมือ เฮ่อเจิ้งเทียนก็เลิกแสร้งทำเป็นอ่อนแอ เขาชักกระบี่คู่กายออกมาจากที่ใดมิอาจทราบได้ เพียงไม่กี่กระบวนท่าก็ล้มชายร่างยักษ์ลงไปกองกับพื้น
การโจมตีของเมิ่งฉีฮ่วนทั้งกะทันหัน รุนแรง และรวดเร็วปานพายุ หัวหน้าพรรคหมาป่าเหมันต์ตั้งตัวไม่ทัน เขาหลบการโจมตีอย่างทุลักทุเล ขณะที่ลูกน้องคนอื่น ๆ ปรี่เข้ามารุมล้อมหวังจะขวางเมิ่งฉีฮ่วนไว้ ส่วนตัวเขาเองกลับอ้อมไปยังอีกด้านของรถม้าและกระโดดขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
“หยุดมือ” หลังจากที่เมิ่งฉีฮ่วนออกหมัดสังหารพวกที่ขวางทางจนสิ้นชีพไปทีละคนอย่างเด็ดขาด หัวหน้ากลุ่มผู้นั้นก็ทนไม่ไหวต้องเอ่ยปากออกมา “พวกข้าเพียงแค่ต้องการทรัพย์สินเท่านั้น ไยท่านต้องลงมือเหี้ยมโห