มาป่าเหมันต์เอ่ยคำนี้ออกมา เฮ่อเจิ้งเทียนถึงกับได้ยินเสียงของเขาที่สั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด
“เมื่อครู่คิดจะชิงรถม้าอย่างนั้นหรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนเลิกคิ้ว โยนคำถามที่เปรียบเสมือนคำตัดสินประหารชีวิตออกไปอีกหนึ่งคำ
หัวหน้าพรรคหมาป่าเหมันต์รู้สึกราวกับแผ่นหลังถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งเย็นจัด เขาอึกอักพูดไม่ออกอยู่นาน สุดท้ายก็ได้แต่ก้มศีรษะให้ต่ำลงยิ่งกว่าเดิม
“ชื่อ” เมิ่งฉีฮ่วนกลับมาอยู่ในท่าทีสงบนิ่งดังเดิม เขายืนไพล่มืออยู่เบื้องหน้าคนเหล่านั้นอย่างเยือกเย็นและน่าเกรงขาม โดยมีรถม้าช่วยกำบังลมพายุหิมะไว้ส่วนหนึ่ง
หากมองจากมุมของเฮ่อเจิ้งเทียนและเจียงหมิง ยามนี้เขาราวกับยืนอยู่ในฤดูใบไม้ผลิที่แสนอบอุ่น มองไม่ออกเลยว่าเมื่อครู่เขาเพิ่งจะใช้หมัดสังหารคนไปถึงสองคน ทั้งที่ซากศพยังนอนทอดร่างอยู่ข้าง ๆ แท้ ๆ…
“ผู้นำพรรคหมาป่าเหมันต์… ฉือหลินเจียง!” หัวหน้ากลุ่มเค้นคำพูดออกมาทีละคำ รายงานชื่อของตนด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริก
จากนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็เอียงศีรษะเพียงเล็กน้อย มุมปากปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ ขึ้นมา