ดนี้มันเกี่ยวอันใดกับจงเจิ้งเซวียน?”
ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นทรงนิ่งเงียบไป
นั่นสิ การที่หลี่เยว่หานรอดตายมาได้ แม้แต่ฮ่องเต้เองยังทรงรู้สึกว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ และการที่นางได้รับแต่งตั้งเป็นฮั่นหรงฟูเหริน ก็เพราะนางมีบุญคุณต่อราชวงศ์—การที่นางปกป้องดูแลเด็กทั้งสองจากแดนตะวันตก หลบหลีกหูตาผู้คนมากมายจนพากลับมาถึงเมืองหลวงได้สำเร็จ เพียงความดีความชอบนี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้นางเป็นสตรีอันดับหนึ่งของเมืองหลวงได้แล้ว
คนอื่นเป็นอย่างไรฮ่องเต้อาจมิทรงทราบ แต่สำหรับโอรสของพระองค์ พระองค์ย่อมทรงล่วงรู้ดีกว่าใคร
หากมิใช่เพราะยามที่จวนมกุฎราชกุมารเกิดเรื่อง เด็กทั้งสองยังเยาว์วัยนักจนจดจำความไม่ได้ จงเจิ้งเสียนคงลงมือสังหารพวกเขาไปแล้ว นับประสาอะไรกับจงเจิ้งเซวียนที่หน้ามืดตามัวเพราะความกระหายในตำแหน่งรัชทายาทและลัญจกรหยก ส่วนจงเจิ้งอวี่นั้นเล่า เขาก็หมายมั่นปั้นมือจะครอบครองลัญจกรหยก ย่อมมิได้มีความผูกพันลึกซึ้งอันใดกับมู่ชวนและหลิงซีเช่นกัน
“เฮ้อ…” ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นทรงถอนหายใจยาวพลางเอนหลังพิงเก้าอี้ “เหตุใดเจ้าต้องกลับมาที่เมืองหลวงด้วย…”
“ก็เพราะท่านส่งจินเสวี่ยเอ๋อร์ไปลองดีกับกระหม่อมอย่างไรเล่า” เมิ่งฉีฮ่วนแค่นหัวเราะ “เบื้องหน้าจินเสวี่ยเอ๋อร์เป็นคนขององค์ชายสาม แต่ใครเล่าจะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วนางเป็นคนของท่าน หรืออาจจะกล่าวได้ว่า… เป็นผู้หญิงของท่านด้วยซ้ำ”
ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นทรงหลับพระเนตรลงอย