ได้ยังพอใช้จุดให้ความอบอุ่นได้ถึงครึ่งคืน แต่เมื่อหิมะเริ่มตกหนักขึ้น ผู้คนออกมาเก็บฟืนก็มากขึ้นตามไปด้วย จนในที่สุดบนที่ดินร้างรอบอำเภอฮัวซีก็แทบไม่เหลือกิ่งไม้ให้เก็บอีก
หากมิใช่เพราะทางการสั่งห้ามตัดไม้ทำลายป่า ป่านนี้ต้นไม้คงถูกโค่นจนเหี้ยนไปหมดแล้ว
เมื่อไม่มีไม้ หลี่ต้าฉิงก็คาดการณ์ว่าสภาพอากาศเช่นนี้ยามค่ำคืนคงผ่านไปได้ยากนัก แต่โชคดีที่ชาติก่อนเขาเป็นเด็กบ้านนอก จึงรู้ว่ามูลสัตว์แห้งเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ทว่าผู้คนในยุคนี้ยังไม่รู้ความลับข้อนี้ เขาจึงต้องคอยระวัง เพราะหากคนรู้กันมากเข้า เขาเกรงว่าแม้แต่มูลสัตว์ก็คงไม่มีเหลือให้เก็บ
ดังนั้นหลี่ต้าฉิงจึงรื้อผ้าห่มออกมาทำเป็นถุงผ้าสีตุ่น ๆ ถือติดตัวไปรับโจวทุกวัน เมื่อเก็บชามเสร็จเขาก็จะเดินทอดน่องออกนอกเมือง ทุกครั้งที่ออกไปเขาสามารถเก็บมูลวัวแห้งกลับมาได้เป็นจำนวนมาก
หลี่ต้าฉิงรู้ดีว่ายายหลงที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงเป็นคนอย่างไร ดังนั้นแม้ว่ามูลวัวจะไม่มีค่าอะไรนัก แต่เขาก็ยังซ่อนมันไว้อย่างมิดชิดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง มิเช่นนั้นหากยายหลงรู้ว่ามูลวัวใช้เผาไฟได้ เขาคงไม่มีเหลือแม้แต่สิ่งปฏิกูลไว้ใช้งาน
ชีวิตดำเนินไปเช่นนี้ทีละนิด เวลาล่วงเลยไปทีละน้อย หลังจากหลี่ต้าฉิงมายังโลกใบนี้ได้ครึ่งเดือนกว่า เขาก็ปรับตัวเข้ากับชีวิตที่นี่ได้อย่างสมบูรณ์
แม้จะเป็นความหนาวเหน็บ เขาก็เคยชินกับมันมากกว่าตอนที่มาถึงแรก ๆ มากนัก
ในช่วงที่หวังเฟ