จากปรนนิบัติหลี่เยว่หานล้างหน้าล้างตาเสร็จ นางก็นอนลงข้าง ๆ ลูกน้อย
เพราะตอนกลางคืนเด็ก ๆ มักจะตื่นขึ้นมาหิวนม ในห้องจึงต้องจุดเทียนทิ้งไว้เสมอ เมื่อแม่นมลุกขึ้นมาให้นมเด็ก ๆ หลี่เยว่หานก็ตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย
นางมองภาพแม่นมที่กำลังดูแลลูกน้อยด้วยแววตาอ่อนโยน
น่าเสียดายที่สถานการณ์บีบคั้น ทำให้เมิ่งฉีฮ่วนไม่มีโอกาสได้เห็นภาพที่แสนอบอุ่นนี้เลย
ช่างน่าเสียดายจริง ๆ…
หลี่เยว่หานคิดพลางพลิกตัวแล้วจมสู่นิทราอีกครั้ง
เช้าวันต่อมา หลังจากหงซิ่วและหงอวี้ปรนนิบัติหลี่เยว่หานแต่งตัวเสร็จ หงอวี้ก็ถอนใจออกมา “ฮูหยินของพวกเราดีออกปานนี้ ไม่รู้ว่าฉีอ๋องท่านนั้นคิดอะไรอยู่ ถึงได้ยอมไปคลุกคลีอยู่ในรังป่าข้างนอกทุกวัน ไม่ยอมกลับมาใช้ชีวิตดี ๆ กับฮูหยิน”
“พูดแบบนี้ แสดงว่าเมื่อคืนฉีอ๋องทุ่มเงินมหาศาลเพื่อค้างอ้างแรมกับแม่นางเยว่เซ่ออีกแล้วงั้นหรือ?” หลี่เยว่หานถามพลางยิ้มขำ
“อื้อ…” หงอวี้พยักหน้า “แต่เหตุใดฮูหยินถึงดูไม่โกรธเลยล่ะเจ้าคะ?”
“ไม่มีอะไรน่าโกรธนี่ อย่างไรเสียยามนี้เขาก็ไม่ใช่สามีของข้าแล้ว” หลี่เยว่หานกล่าวพลางจ้องมองกระจกทองเหลืองบานใสอย่างตั้งใจ “หงอวี้ เกล้าผมให้สูงหน่อยเถอะ เสื้อผ้าฤดูหนาวคอเสื้อสูงนัก ถ้าเกล้าต่ำเกินไปมันจะค้ำคอจนรำคาญ”
หงอวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแก้มวยผมที่ทำค้างไว้แล้วเริ่มเกล้าผมทรงสูงให้ใหม่
ตั้งแต่วันที่หลี่เยว่หานและหลี่หรงหรงส่งคนให้นำเงินไปให้หลี่ต้าเฉ