ยานร่วมกับนายพลซานจี๋กลางท้องพระโรง ชี้ตัวว่าจงเจิ้งเซวียนมีพฤติกรรมสมคบคิดกับต่างชาติ เดิมทีนึกว่าเพียงเท่านี้จะเพียงพอต่อการลงโทษจงเจิ้งเซวียนได้แล้ว
ทว่าตระกูลเฉินกลับเกิดความขัดแย้งภายในขึ้นมาในเวลานี้ ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าควรปกป้องจงเจิ้งเซวียนไว้ เพราะพวกเขาสนับสนุนเขามานานหลายปี จะยอมให้ความพยายามพังทลายลงไม่ได้ อีกทั้งพวกเขายังมองว่าจงเจิ้งอวี่และเมิ่งฉีฮ่วนซึ่งเป็นนายใหม่ทั้งสองคนนั้น ไม่ได้ควบคุมง่ายเหมือนจงเจิ้งเซวียน
แต่อีกฝ่ายกลับมองว่าความผิดของจงเจิ้งเซวียนนั้นชัดเจนจนดิ้นไม่หลุด ต่อให้จงเจิ้งเสียนมาช่วยอีกกี่คนจงเจิ้งเซวียนก็ต้องตายอยู่ดี จึงพยายามหว่านล้อมให้คนในตระกูลหันมาเข้าพวกกับจงเจิ้งอวี่และเมิ่งฉีฮ่วนแทน
ดังนั้นเมื่อเรื่องที่จงเจิ้งเซวียนสมคบคิดกับต่างชาติถูกยกขึ้นมาถกเถียงกันในท้องพระโรง จงเจิ้งเสียนจึงส่งแพะรับบาปที่ตระกูลเฉินส่งมาให้ออกไป โดยอ้างว่าทุกอย่างเป็นความผิดของคนผู้นี้ที่อ้างชื่อจงเจิ้งเซวียนไปทำเรื่องเสื่อมเสียเอง
เรื่องนี้ทำให้ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นพิโรธหนัก สั่งให้ประหารล้างตระกูลเฉิน!
ทว่าจงเจิ้งเสียนกลับทูลทัดทานไว้ โดยกล่าวว่าตระกูลเฉินเป็นขุนนางที่มีความดีความชอบมาตั้งแต่ก่อตั้งแคว้นตงฮั่น จะเอาผิดยึดโยงไปถึงคนอื่นไม่ได้ มิเช่นนั้นจะทำให้เหล่าขุนนางเสียขวัญ ด้วยเหตุนี้ฮ่องเต้จึงสั่งประหารเพียงชายผู้นั้นคนเดียว
เมิ่งฉีฮ่วนและจงเจิ้งอวี่ต่างพากันนิ่งเ