ดียว
จนกระทั่งบ่ายคล้อย จี้ซินเยว่ด่าจนหมดแรง ได้แต่นั่งทอดอาลัยอยู่บนเก้าอี้ ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก ร่างสูงสง่าของเมิ่งฉีฮ่วนเดินย้อนแสงแดดเข้ามา
จี้ซินเยว่ตะลึงงันไปชั่วครู่ ก่อนจะรีบโผเข้าหาหวังจะซบลงที่อกของเขา
แต่ใครจะคิดว่าเมิ่งฉีฮ่วนกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างเย็นชา ทำให้จี้ซินเยว่เสียหลักล้มคะมำลงกับพื้น…
“เหวินจั๋ว!” จี้ซินเยว่นั่งกองอยู่กับพื้น นางมองฝ่ามือที่ถลอกจากการกระแทกแล้วเงยหน้ามองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ “ท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?”
“เปิ่นหวังต่างหากที่ต้องถามฮูหยินเฉินว่าหมายความว่าอย่างไร” เมิ่งฉีฮ่วนหลุบตามองนางด้วยสายตาเย็นเยียบ “หรือฮูหยินเฉินคิดจะลอบสังหารเปิ่นหวัง?”
“ข้าเปล่านะ!” จี้ซินเยว่รีบปฏิเสธ “ข้าเพียงแต่… ดีใจเกินไปที่ได้พบท่าน…”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ดูท่าเปิ่นหวังจะเข้าใจผิดไปเอง” พูดจบ เขาก็พยักหน้าให้บ่าวรับใช้นำอาหารเข้ามาวางจนเต็มโต๊ะ จากนั้นจึงมองไปที่จี้ซินเยว่ซึ่งยังนั่งอยู่ที่พื้นแล้วเอ่ยว่า “นี่คืออาหารกลางวันของเจ้า ลุกขึ้นมากินเสียสิ”
คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าของจี้ซินเยว่กลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง “ข้านึกแล้วว่าเหวินจั๋วต้องดีกับข้าที่สุด…” แต่นางพูดได้เพียงครึ่งเดียวก็ชะงักไป “เหวิน… เหวินจั๋ว… ท่านลืมไปแล้วหรือว่าข้าไม่กินเผ็ด?”
“ขออภัย” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยเสียงเรียบ “พ่อครัวในจวนทำอาหารตามรสชาติที่ข้ากับเยว่หานชอบมาโดยตลอด