พวกเราชินกับการกินเผ็ดตอนอยู่ทางเหนือเสียแล้ว”
แม้ปากจะบอกว่าขออภัย แต่เขากลับไม่มีท่าทีจะสั่งให้ใครเปลี่ยนกับข้าวเลยแม้แต่น้อย จี้ซินเยว่กลัวว่าเขาจะรำคาญที่นางเรื่องมาก จึงได้แต่จำใจเช็ดมือแล้วนั่งลงฝืนกินอาหารเหล่านั้นไปอย่างลำบาก
เมื่อเห็นนางเริ่มลงมือทาน เมิ่งฉีฮ่วนจึงเอ่ยขึ้นช้า ๆ “บ่ายนี้เปิ่นหวังจะส่งคนไปสู่ขอที่ตระกูลเฉิน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าคือคนของจวนฉีอ๋องแล้ว”
จี้ซินเยว่ดีใจจนเนื้อเต้น “จริงหรือ! ข้าจะได้เป็นชายาเอกของท่านแล้วใช่ไหม!?”
เมิ่งฉีฮ่วนขมวดคิ้ว “เจ้าไม่มีสิทธิ์เป็นชายาเอกของข้า สตรีหม้ายที่แต่งงานรอบสองอย่างเจ้า ได้ตำแหน่ง ‘ชายารอง’ก็ถือเป็นวาสนาที่สวรรค์ประทานให้มากพอแล้ว”
“เป็นชายารองก็ได้ ข้าไม่สนยศถาบรรดาศักดิ์!” จี้ซินเยว่ดีใจจนลืมฉุกคิดถึงเบื้องลึกเบื้องหลัง นางรู้เพียงว่าในที่สุดก็ได้เป็นผู้หญิงของเมิ่งฉีฮ่วนเสียที ความปรารถนาที่เก็บงำมาหลายปีสมหวังแล้ว ทำให้นางมีความสุขจนล้นปรี่
เมื่อคุยธุระจบ เมิ่งฉีฮ่วนสั่งให้บ่าวทิ้งกาน้ำไว้ให้นางหนึ่งกา ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ประตูห้องถูกลงกลอนใหม่อีกครั้ง แต่คราวนี้จี้ซินเยว่ไม่ได้อาละวาดอีกต่อไป
หลังจากเดินออกจากเรือนรับรอง เมิ่งฉีฮ่วนก็กลับมาที่ห้องโถงใหญ่ จงเจิ้งอวี่นั่งรออยู่ตรงนั้น เมื่อเห็นเขากลับมา จงเจิ้งอวี่ก็วางถ้วยชาแล้วลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีเคอะเขินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะประสานมือขอคารวะอย่างนอบน้อ