าแค่กลัวว่า หากพ่อหนุ่มเมิ่งเป็นอะไรไป เยว่หานนางคงจะ…”
“เรื่องนั้นยังไม่สำคัญที่สุดในตอนนี้” อวี๋เจ๋อฟางเอ่ย “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการปกป้องเยว่หาน เท่าที่ข้ารู้จักนิสัยของฝ่าบาท ต่อให้พ่อหนุ่มเมิ่งจะเป็นฉีอ๋องที่หายตัวไปจริง ๆ เขาก็ต้องมีปากเสียงกับฝ่าบาทอย่างรุนแรงแน่ สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คืออย่าให้ฝ่าบาทพาลมาลงความโกรธแค้นกับเยว่หาน”
ฟางจื่อหลานได้ยินดังนั้นก็กุมมือสามีด้วยความตื่นตระหนก “แล้ว… แล้วเราควรทำอย่างไรดี? หรือว่าเราควรส่งคนไปยืนด่าหน้าจวนฉีอ๋องสักสองสามวันดีไหม? อย่างน้อยก็เพื่อให้ฝ่าบาทเห็นจุดยืนของจวนกั๋วกงเรา…”
อวี๋เจ๋อฟางขมวดคิ้วครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า “ไม่จำเป็น เพียงแค่ประกาศให้คนภายนอกรับรู้ว่าจวนซิงกั๋วกงกับเมิ่งฉีฮ่วนไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีกต่อไปก็พอ เพราะในเมื่อเราเปิดตัวยอมรับเยว่หานอย่างเอิกเกริกไปแล้ว หากยามนี้ส่งคนไปด่าทอหน้าจวนกะทันหัน มันจะดูเหมือนเป็นการแสดงละครตบตาจนเกินไป”