บทที่ 415 คลื่นใต้น้ำในห้องทรงอักษร
เมื่อมีคนยกความดีความชอบของจงเจิ้งอวี่ขึ้นมากล่าวอ้าง ก็ย่อมมีคนยกผลงานของจงเจิ้งเสียนขึ้นมาหักล้าง สรุปแล้วทั้งสองฝ่ายต่างถกเถียงกันไม่ลดละ ทำเอาฮ่องเต้หลิงอวิ๋นปวดเศียรเวียนเกล้าจนแทบระเบิด
ทว่าตัวเอกทั้งสองกลับทำตัวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต่างฝ่ายต่างยืนคุมเชิงกันอยู่คนละด้าน เมิ่งฉีฮ่วนที่ยืนอยู่ข้างกายจงเจิ้งอวี่ถึงกับมีรอยยิ้มจาง ๆ ประดับบนใบหน้า ยิ่งเห็นเช่นนั้นฮ่องเต้หลิงอวิ๋นก็ยิ่งหงุดหงิดพระทัย
หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาควรจะสังหารเมิ่งฉีฮ่วนเสียตั้งแต่ตอนที่พบตัวครั้งแรก ดีกว่าจะส่งตัวไปฝึกฝนที่เกาะถงเซิงจนกลายเป็นยอดองครักษ์เงาของราชวงศ์ แถมยังจัดวางให้เขาไปเป็นที่ปรึกษาคอยช่วยเหลือลูกชายคนโตอย่างจงเจิ้งเสียนอีกด้วย
น่าเสียดายที่โลกนี้ไม่มีคำว่ารู้งี้ แม้แต่ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นเองก็ไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่า เด็กชายในวัยเพียงสองสามขวบที่เขาเห็นในวันนั้น จะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ที่มีสติปัญญาเลิศล้ำในการปกครองบ้านเมืองถึงเพียงนี้
ต่อให้เมิ่งฉีฮ่วนจะคอยเดินตามจงเจิ้งเสียน และต่อให้จงเจิ้งเสียนจะโดดเด่นเพียงใด แต่เมื่อเทียบกับเมิ่งฉีฮ่วนแล้วก็ยังดูด้อยกว่าอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ
ยังดีที่ฮ่องเต้องค์ก่อนส่งเขาออกไปนอกวังตั้งแต่เกิด ยังดีที่ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นตัดสินใจส่งเขาเข้าเกาะถงเซิง และยังดีที่จนถึงตอนนี้เมิ่งฉีฮ่วนก็ยังไม่รู้ชาติกำเนิดที่แท้จริงของตัวเอง
มิ