เช่นนั้นฮ่องเต้หลิงอวิ๋นก็ไม่สงสัยเลยว่า ด้วยนิสัยอย่างเมิ่งฉีฮ่วน เขาจะต้องลุกขึ้นมาแก้แค้นพวกตนอย่างสาสมแน่นอน ต่อให้ในกายของพวกเขาจะมีเลือดสายเดียวกันไหลเวียนอยู่ก็ตาม
เมื่อทอดพระเนตรดูเหล่าขุนนางพรรคพวกขององค์ชายใหญ่และองค์ชายสามที่โต้เถียงกันไม่หยุดหย่อน ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นก็รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างบอกไม่ถูก จึงส่งสัญญาณให้ขันทีหรูประกาศเลิกประชุมเช้าแต่เพียงเท่านี้ ส่วนเรื่องการตั้งรัชทายาทคนใหม่หรือคนเก่าให้ยกยอดไปหารือกันในภายหลัง จากนั้นพระองค์ก็เสด็จออกจากตำหนักจินล่วนไป
เมิ่งฉีฮ่วนมองตามแผ่นหลังที่ดูหนักอึ้งของฮ่องเต้พลางยกยิ้มที่มุมปาก ทันทีที่ก้าวพ้นตำหนักจินล่วน เขาก็พาจงเจิ้งอวี่มุ่งหน้าไปยังห้องทรงอักษรทันที ทั้งที่เดิมทีอีกฝ่ายตั้งใจจะกลับไปผลัดเปลี่ยนชุดเกราะที่หนักอึ้งออกเสียก่อน
“เสด็จพ่อแสดงอาการรำคาญใจออกมาอย่างชัดเจนแล้วนะ ถ้าพวกเรายังไปรบกวนตอนนี้ ท่านอาจจะสั่งปลดตำแหน่งรัชทายาทของข้าจริง ๆ ก็ได้!” จงเจิ้งอวี่พยายามหว่านล้อมเมิ่งฉีฮ่วนขณะที่เดินตามกันไป
“เจ้าจะกลัวอะไร” เมิ่งฉีฮ่วนตอบด้วยท่าทีสงบนิ่ง “เจ้าเพิ่งจะรบชนะแคว้นเหลี่ยหลาน แถมยังจับกุมขุนพลซานจี๋กลับมาได้ ความดีความชอบกำลังโดดเด่นถึงเพียงนี้ หากไม่ฉวยโอกาสเรียกร้องผลประโยชน์ตอนนี้ หรือเจ้าคิดจะรอให้องค์ชายใหญ่สาธยายความชอบที่เขาลอบออกไปสืบข่าวช่วงที่แกล้งตายมาหลายปี แล้วค่อยไปสู้กับเขาตอนนั้นหรือไง”
“มัน