จึงต้องใจเย็นขึ้น มิเช่นนั้นจงเจิ้งเซวียนคงไม่มีโอกาสหนีรอดไปจากเมืองหลวงได้เลย
ที่ผ่านมาเมิ่งฉีฮ่วนยอมฟังคำสั่งของฮ่องเต้หลิงอวิ๋นเพียงเพราะต้องการล้างมลทินให้จงเจิ้งเซวียนเท่านั้น ทว่าเมื่อพบว่าจงเจิ้งเซวียนยังไม่ตาย เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าเป็นแผนการที่ฮ่องเต้จงใจจัดวางไว้ แม้จะไม่รู้ว่ายังมีเรื่องใดที่เขายังมองข้ามไป แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาก็ยินดีที่จะเห็นพวกเขาวุ่นวายจนโกลาหล
“กระหม่อมเห็นว่า สิ่งที่ท่านแม่ทัพเมิ่งกล่าวมานั้นมีเหตุผลยิ่งนัก” เสียงอันแจ่มใสดังขึ้น ผู้ที่พูดคือเผ่ยเทียนอวิ๋น จอหงวนคนใหม่ของปีนี้ เมื่อต้นปีเขาได้แต่งงานกับองค์หญิงหลันเยว่ พระขนิษฐาร่วมอุทรขององค์ชายสาม ทว่าก่อนวันแต่งงานเพียงหนึ่งวัน องค์หญิงผู้เอาแต่ใจกลับส่งคนไปทุบตีเขาจนลุกจากเตียงไม่ได้ สุดท้ายเมิ่งฉีฮ่วนจึงต้องไปทำหน้าที่รับเจ้าสาวแทนเขา
ในเวลาเพียงครึ่งปี เผ่ยเทียนอวิ๋นได้รับการเลื่อนตำแหน่งจากสำนักฮั่นหลินขึ้นเป็นขุนนางที่ปรึกษาระดับสอง เรียกได้ว่าก้าวหน้าอย่างรวดเร็วปานก้าวกระโดด ซึ่งแน่นอนว่าความดีความชอบส่วนหนึ่งมาจากจงเจิ้งอวี่
เผ่ยเทียนอวิ๋นก้าวออกมาจากแถวขุนนางช้า ๆ โค้งคำนับแล้วกล่าวว่า คดีห้องใต้ดินหอหรูอี้ยังไม่ได้ข้อสรุป การปิดเมืองในช่วงที่ผ่านมาทำให้ผู้คนตกอยู่ในความหวาดกลัว
หากไม่รีบประกาศความผิดขององค์ชายรองให้ใต้หล้ารู้ เกรงว่าจะเกิดการคาดเดาและความวุ่นวายที่มิควรเกิด ขนาดรา