ษฎรในเมืองหลวงยังหวาดผวาเพียงนี้ แล้วชาวบ้านในดินแดนห่างไกลเล่า หากใจของราษฎรสั่นคลอนย่อมมิใช่ผลดีต่อบ้านเมือง
คำพูดของเผ่ยเทียนอวิ๋นแม้จะเนิบนาบมิหนักมิเบา ทว่ากลับทำให้ขุนนางทั้งสามฝ่ายต่างเห็นพ้อง เพราะเรื่องที่จงเจิ้งเซวียนก่อไว้นั้นหากเป็นคนอื่นคงต้องตายตกตามกันไปนับสิบครั้งแล้ว แต่ด้วยฐานะพระโอรสประกอบกับเรื่องหอหรูอี้ที่เคยเลื่องลือ ชาวบ้านต่างพากันสาปแช่งพระสนมซินเฟยผู้ล่วงลับ โดยเชื่อว่านางทำไปเพื่อผูกใจขุนนางภายนอก
ในขณะเดียวกันก็มีผู้คนพูดถึงจงเจิ้งเซวียนในฐานะบุตรบุญธรรมของพระสนมซินเฟย จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา การปิดเมืองยิ่งทำให้เสียงวิจารณ์เหล่านี้รุนแรงขึ้นถึงขีดสุด ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านได้รับผลกระทบอย่างหนัก หากไม่มีเหตุผลอันสมควรในการปิดเมืองครั้งนี้ ใจของราษฎรย่อมจะสูญสิ้นไป
ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นเดิมทีกำลังโกรธที่เมิ่งฉีฮ่วนลากจงเจิ้งเซวียนออกมาทำลายกระดาน แต่เมื่อได้ฟังคำของเผ่ยเทียนอวิ๋น แม้จะรู้ดีว่าเขาเป็นคนของจงเจิ้งอวี่ แต่เขาก็ต้องนำมาพิจารณา
“ใต้เท้าเผ่ยพูดได้มีเหตุผล” ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นระงับโทสะลง น้ำเสียงดูสงบขึ้น “เรื่องคดีขององค์ชายรองจงเจิ้งเซวียน ให้โอนย้ายไปให้กรมพระราชวงศ์เป็นผู้พิจารณา และจงรายงานผลที่น่าพอใจให้ข้าทราบภายในสองวัน”
“ฝ่าบาท” ใต้เท้าชิวเห็นว่าเรื่องของจงเจิ้งเซวียนได้ข้อยุติแล้ว จึงยกเรื่องเดิมขึ้นมาอีกครั้ง “ยามนี้รัชทายา