าจนิ่งดูดาย ปล่อยให้คนสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตาได้”
“ข้าเองก็หวาดกลัวนัก” ฮองเฮาทอดถอนใจ “ยามที่เหวินจั๋วจากไป พวกเราตกปากรับคำเสียดิบดีว่าจะช่วยดูแลฮูหยินของเขาให้ดีที่สุด แต่บัดนี้กลับเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น เลือดเหล่านั้นมันช่างน่าหวาดกลัวเหลือเกิน ข้าเกิดมาจนป่านนี้ยังมิเคยเห็นเลือดมากมายถึงเพียงนี้มาก่อน…”
เมื่อเห็นว่าฮองเฮาทรงหวาดกลัวจากใจจริง พระชายามู่อันก็มิได้เอ่ยสิ่งใดอีก เพียงแต่กุมพระหัตถ์และตบที่หัวไหล่เบา ๆ เพื่อบ่งบอกว่าอย่าทรงเครียดจนเกินไป ทว่าภายในใจของพระชายามู่อันเองก็กระวนกระวายใจและร้อนรนมิได้น้อยไปกว่าฮองเฮาเลย
ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น หลี่เยว่หานกลับไปสู่โลกอนาคตอีกครั้ง
นางเห็นบิดาเอาแต่ดื่มสุราเมามายทั้งวัน ส่วนหวังเฟิ่งก็ลงไม้ลงมือทุบตีและด่าทอเขาเป็นประจำ บางครั้งก็ด่าว่าหลี่ต้าเฉิงเป็นคนไร้ประโยชน์ ส่งเสียเลี้ยงดูลูกสาวให้เล่าเรียนมาตั้งหลายปี พอเรียนจบกลับหนีหายไปไกลแสนไกล แม้แต่ตัวตายก็ยังไม่มีเงินส่งกลับมาให้ที่บ้านสักแดงเดียว
หลี่ต้าเฉิงคล้ายกับจมดิ่งอยู่ในโลกของตนเอง เขาไร้ซึ่งการตอบสนองต่อการทุบตีและด่าทอของหวังเฟิ่ง แม้กระทั่งยังหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย
หวังเฟิ่งด่าจนเหนื่อยหอบ นางนั่งลงบนโซฟาพลางถอนใจแรง ๆ ทันใดนั้นหลี่ต้าเฉิงก็เอ่ยขึ้นว่า “เฟิ่งเอ๋อร์ ที่เจ้าบอกว่าพวกเราส่งเสียให้เยว่หานเล่าเรียนมาหลายปีนั่นน่ะ เจ้าพูดจริงหรือ?”
“ทำไม! หรือแกจะบอกว่าแกมิ