ว
“เอาละ เจ้าก็ได้เห็นหน้าเด็กๆ แล้ว คนแม่ก็ได้เยี่ยมแล้ว ในจวนขุนพลมีข้าอยู่คงไม่มีปัญหาอะไร เจ้ารีบกลับเข้าวังเสียเถิด ไม่เช่นนั้นไม่รู้ว่าจะเกิดคำนินทาอันใดขึ้นอีก!” หลังจากพระชายามู่และฮองเฮาอุ้มทารกเข้าไปในห้องอบอุ่นและวางลงบนเตียงเล็กแล้ว พระชายามู่ก็เริ่มออกปากไล่ฮองเฮาทันที
“ทำเช่นนี้ไม่ได้นะ” ฮองเฮาทรงทำพระพักตร์ง้ำงอด้วยความไม่พอใจ “ต่อให้สามีภรรยาคู่นี้ไม่รู้เรื่อง แต่เจ้าก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจ อย่างไรข้าก็มีฐานะเป็นพี่สะใภ้ ยามนี้เหวินจั๋วไม่อยู่บ้าน ข้าก็ควรจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดไม่ใช่หรือ”
พระชายามู่หาได้สนใจเรื่องนั้น และไม่สนด้วยว่าอีกฝ่ายจะเป็นถึงฮองเฮา นางยื่นมือไปประคองและดันไหล่อีกฝ่ายให้เดินออกไปข้างนอก “จะเป็นพี่สะใภ้หรือไม่ยามนี้ยังเร็วเกินไปที่จะกล่าว เจ้าอย่าได้มาวุ่นวายเลย จงกลับวังไปเป็นเหนียงเนียงอย่างสงบเถิด ที่นี่มีข้าอยู่ ประเดี๋ยวคนจากจวนซิงกั๋วกงก็คงจะมาถึงแล้ว เจ้าไม่ต้องวุ่นวายหรอก” เมื่อพระชายามู่ตรัสถึงเพียงนี้ ฮองเฮาจึงไม่คิดจะรั้งอยู่ต่อ ทรงบ่นพึมพำว่า “ไม่ยอมให้ข้าอยู่ด้วย ช่างเกินไปนัก” พลางเสด็จออกไป
ทว่าเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว หมิงจูก็วิ่งพรวดพราดออกมาจากห้องอบอุ่นด้วยท่าทางระเซอะระเซิง นางคุกเข่าลงต่อหน้าฮองเฮาและพระชายามู่จนเสียงดัง ปึ้ง
ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ “ฟูเหรินของข้าตกเลือดเพคะ! ได้โปรดช่วยฟูเหรินของข้าด้วย!” พูดจบ หมิงจูก็โขกศี