าอันสั้น
“รีบไปแจ้งท่านหญิงกั๋วกงเร็วเข้า!” ฮองเฮาทรงนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงรีบสั่งคังโหรว “บอกนางว่าทางด้านฮั่นหรงฟูเหรินเกิดเรื่องแล้ว ขอให้นางไปเชิญท่านผู้เฒ่าฉางมาให้ได้! หากท่านผู้เฒ่าฉางไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง ก็ให้ท่านหญิงกั๋วกงถือป้ายอาญาสิทธิ์ของข้าออกไปรับตัวเขานอกเมืองมาด่วน!” ตรัสพลาง ฮองเฮาก็ทรงยื่นป้ายประจำพระองค์ส่งให้คังโหรว “ต้องรวดเร็วที่สุด!”
คังโหรวไม่รอช้า รีบรับป้ายแล้ววิ่งออกไปทันที
“หมอกู่ ระหว่างที่รอท่านผู้เฒ่าฉาง ข้าขอฝากท่านช่วยยื้อเวลาให้ฮั่นหรงฟูเหรินด้วย!” ฮองเฮาตรัสด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ข้าน้อยจะพยายามสุดความสามารถเพคะ!”
บนเตียงนั้น ใบหน้าของหลี่เยว่หานไร้ซึ่งสีเลือด เบาะรองนอนถูกเลือดที่ไหลซึมชุ่มโชก หมิงจูพยายามกลั้นน้ำตาขณะที่คอยผลัดเปลี่ยนผ้าผืนใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าร่วมกับนางกำนัลคนอื่นๆ บรรยากาศภายในห้องอบอุ่นเต็มไปด้วยความตึงเครียดและหนักอึ้ง
พระชายามู่เห็นฮองเฮามีสีหน้าอมทุกข์ จึงจูงมือพระองค์ออกมาด้านนอกพลางปลอบประโลม “เยว่หานเป็นเด็กมีบุญ นางจะต้องไม่เป็นไรแน่ อีกทั้งยามนี้ท่านหญิงกั๋วกงออกหน้าเอง ท่านผู้เฒ่าฉางย่อมไม่ใจดำดูดาย”
“ข้าเองก็หวาดกลัวนัก” ฮองเฮาทอดถอนพระทัย “ตอนที่เหวินจั๋วจากไป พวกเรารับปากเขาไว้อย่างดิบดีว่าจะดูแลฟูเหรินของเขาให้ดีที่สุด แต่กลับมาเกิดเรื่องเช่นนี้ เลือดพวกนั้นมันช่างน่ากลัวยิ่งนัก ข้าเกิดมาไม่เคยเห็นเลือดมากมายเพ