าช้า ๆ “เจ้าคงจำไม่ได้หรอก แต่เยว่หานบอกกับข้าว่านางจะจำไปจนตาย เพราะนอกจากเจ้าจะไม่ให้เงินนางแล้ว เจ้ายังด่าทอแม่ที่ล่วงลับของนางอย่างสาดเสียเทเสีย เจ้าคิดว่าเหตุใดพอเยว่หานเข้ามหาวิทยาลัยแล้วจึงไม่ยอมกลับมาบ้านอีก ก็เพราะแม่เลี้ยงอย่างเจ้ามันปากร้ายเกินไปอย่างไรเล่า!”
หวังเฟิ่งมองหลี่ต้าเฉิงด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ “แกกินยาผิดสำแดงมาหรือไง!”
“ข้าไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น!” หลี่ต้าเฉิงคำรามลั่น ดวงตาแดงก่ำจ้องเขม็งไปที่หวังเฟิ่ง “เยว่หานคือลูกสาวเพียงคนเดียวของข้า! หลายปีมานี้เจ้าจะรังแกนาง ด่าทอนาง หรือตบตีนาง ข้าก็ยอมทนมาตลอดเพราะเห็นแก่ที่เจ้ายังสาวแต่ยอมมาเป็นแม่เลี้ยง ทว่ายามนี้เยว่หานจากไปแล้ว! เหตุใดเจ้าถึงไม่ยอมปล่อยนางไปเสียที! การด่าทอคนตายต่อหน้าข้าทุกวี่วันมันสนุกนักหรือ!”
หวังเฟิ่งกระโดดตัวลอยด้วยความโกรธเกรี้ยว “หลี่ต้าเฉิง! แกหมายความว่ายังไง!”
บางทีอาจเป็นเพราะความขัดแย้งที่สั่งสมมานานจนกลายเป็นความเคยชิน หวังเฟิ่งไม่ทันยั้งคิด นางคว้ามีดปอกผลไม้บนโต๊ะน้ำชาขึ้นมา พลางกวัดแกว่งไปมาพร้อมคำด่าทอสาปแช่งเข้าหาหลี่ต้าเฉิง
ครั้นเมื่อหวังเฟิ่งได้สติกลับคืนมา มีดปอกผลไม้เล่มนั้นก็ปักจมลงที่หน้าอกของหลี่ต้าเฉิงเสียแล้ว เขาสิ้นใจไปในทันทีโดยไร้ซึ่งเสียงสะอื้นใด ๆ…