ว้นเสวียนจิ้ง แคว้นตงฮั่นทั้งแคว้นจะทุ่มกำลังสุดตัวเพื่อช่วยเขากลับมาให้ได้!””
ได้ฟังคำนั้น หลี่เยว่หานก็ส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่หรอกเพคะ เขาฉลาดออกปานนั้น คงไม่พลาดท่าหรอก…”
“ใช่ เขาจะไม่พลาดท่า และจะไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่นอน แม้การไปครั้งนี้จะอันตรายไปบ้าง แต่เหวินจั๋วเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาด เขาพาทั้งเจียงหมิงที่อยู่ข้างกายเซวียนเอ๋อร์มานานสิบกว่าปีไปด้วย เมื่อคนแคว้นเสวียนจิ้งเห็นเจียงหมิง ความสงสัยในตัวเหวินจั๋วย่อมลดน้อยลง” ฮองเฮารีบปลอบ
“เจียงหมิง?” หลี่เยว่หานขมวดคิ้วเล็กน้อย “หม่อมฉันพอจะจำได้ราง ๆ ว่าเขาดูเหมือนจะฉลาดมาก”
“ใช่แล้ว เจียงหมิงคนนี้มีที่มาเป็นปริศนา ไม่มีใครรู้ว่าบ้านเกิดอยู่ที่ไหน ราวกับปรากฏตัวขึ้นมาจากความว่างเปล่า หัวไวมาก หลายปีมานี้เขาสวามิภักดิ์ต่อเซวียนเอ๋อร์เพียงคนเดียว” ฮองเฮาเอ่ยถึงเจียงหมิงพลางพยักหน้าอย่างอดไม่ได้ “ถึงแม้จงเจิ้งเซวียนจะทำเรื่องชั่วร้ายมามากมาย แต่เจียงหมิงคนนี้กลับไม่ยอมร่วมทางชั่วด้วย เขาเป็นที่ปรึกษาที่ยอดเยี่ยม แต่ไม่ใช่ผู้ร่วมสมคบคิดที่ยอดเยี่ยมแน่นอน”
ตอนนี้ในหัวของหลี่เยว่หานมีแต่เรื่องของเมิ่งฉีฮ่วน เธอไม่มีกะจิตกะใจจะฟังเรื่องเจียงหมิงต่อ จึงเพียงตอบรับไปไม่กี่ประโยค แล้วขอกลับห้องไปพักผ่อน กระทั่งข้าวเย็นก็ไม่ได้กิน
หลังจากเหตุการณ์ในวันนี้ วังหลังที่สงบเงียบมาหลายปีก็ได้มีคนถูกส่งเข้าวังเย็นเป็นครั้งแรก แถมยังโดนทีเดียวถึงสองค