เป็นฮูหยินของท่านแม่ทัพ ฝ่าบาทจะทำเรื่องที่ผิดต่อศีลธรรมจรรยาได้อย่างไรกัน!”
พอถูกคังโหรวพูดดักคอเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็รู้สึกอายจนหน้าแดง รีบหันหน้าหนีไม่พูดต่อทันที
หากเป็นอย่างที่คังโหรวว่าไว้ ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นมีธุระจะคุยกับเธอจริง ๆ เช่นนั้นเธอก็ไม่ควรหลบอยู่ในห้องใช่หรือไม่?
ในตอนที่กำลังคิดอยู่ นางกำนัลจากตำหนักซานเป่าก็มาเคาะประตู บอกว่าฮองเฮาทรงเชิญฮั่นหรงฟูเหรินไปสนทนาด้วย
หลี่เยว่หานจึงรีบพาคังโหรวออกจากห้อง เดินตามนางกำนัลไปยังห้องโถงกลางทันที
พอเข้าสู่ห้องโถงกลาง หลี่เยว่หานเห็นฮ่องเต้หลิงอวิ๋นกับฮองเฮานั่งแยกกันซ้ายขวา ตอนที่หลี่เยว่หานเดินเข้ามานั้น ฮองเฮากำลังจิบชาอยู่ เมื่อเห็นหลี่เยว่หานมาถึง ฮองเฮาก็รีบเรียกให้นางนั่งลง
“เยว่หานเอ๋ย วันนี้เดิมทีข้าตั้งใจจะมาหาเจ้า” ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นมีสีหน้าสำนึกผิด “นึกไม่ถึงว่าจะมาเจอเรื่องพรรค์นั้นเข้า ผู้หญิงในวังหลังยังว่างงานเกินไปจริง ๆ ทำให้เจ้าต้องลำบากแล้ว เจ้าอย่าเก็บมาใส่ใจเลยนะ”
“ฝ่าบาททรงคิดมากไปแล้ว เยว่หานไม่ได้เก็บมาใส่ใจเจ้าค่ะ” หลี่เยว่หานพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงรับรู้ แต่ไม่ได้ลุกขึ้นทำความเคารพ
เมื่อเห็นนางเป็นเช่นนั้น ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก พอเผลอไปสบตาเข้ากับสายตาของฮองเฮา ก็ถึงกับสะดุ้งรีบตรัสว่า “ข้าตั้งใจมาหาเจ้าเพื่อจะบอกว่า เจ้าหนุ่มเมิ่งปลอมตัวเป็นเสวียนเอ๋อร์… ปลอมตัวเป็นเจ้าสอง พร้อม