่คุมตัวเขากลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ในที่สุดจงเจิ้งเซวียนก็ไม่อาจรักษาความสงบนิ่งเยือกเย็นไว้ได้อีกต่อไป เขาถลึงตาจ้องเมิ่งฉีฮ่วนด้วยความโกรธแค้น “เจ้าเล่นหลเล่ห์เหลี่ยมอันใด!”
เมื่อได้ยินดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนเพียงยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวว่า “ข้ามีมือมีเท้าครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมอันใดเพิ่มเติม อ้อ จริงสิ ฮูหยินของข้าเคยบอกไว้ว่า สิ่งที่เสริมเติมขึ้นมานั้นเรียกว่า ‘อุปกรณ์เทียม’ มีเพียงคนที่มือเท้าขาดเท่านั้นถึงจะได้ใช้” ระหว่างที่พูด เมิ่งฉีฮ่วนเหลือบมองเจียงหมิงอย่างไม่ตั้งใจ อีกฝ่ายยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่โดยไม่ปริปากอะไร
พอเห็นปฏิกิริยาของเจียงหมิง เมิ่งฉีฮ่วนก็เข้าใจในทันที เขาจึงไม่กล่าวความใดอีก เดินตรงเข้าไปหาจงเจิ้งเซวียน โน้มตัวลงยิ้มให้ แล้วประทับสิ่งหนึ่งลงบนหน้าผากของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว
จงเจิ้งเซวียนที่กำลังจ้องมองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยสายตาอาฆาต พลันถูกประทับตราเข้าที่หน้าผาก สีหน้าของเขาก็อ่อนแรงลงทันที จากนั้นเขาก็มองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยความฉงน “เจ้าทำอะไรกับข้า? ทำไม…”
“ทำไมท่านถึงขาดการติดต่อกับกู่ชะตาชีวิตใช่หรือไม่?” เมิ่งฉีฮ่วนมองจงเจิ้งเซวียน ก่อนจะหยิบจอกน้ำไร้ซึ่งที่มา บีบคางจงเจิ้งเซวียนให้เปิดปากออก แล้วกรอกน้ำในจอกนั้นลงไปจนหมด
ทันใดนั้น จงเจิ้งเซวียนก็สำลักอย่างรุนแรง เลือดสีดำคล้ำพุ่งกระฉูดออกมาจากปากของเขาไม่หยุด
เมื่อกระอักเลือดออกมาจนเกือบหม