ด แมงป่องสีแดงเข้มตัวหนึ่งก็ร่วงออกมาจากปากจงเจิ้งเซวียน มันดิ้นรนท่ามกลางกองเลือดสีดำครู่หนึ่งก่อนจะสงบนิ่งไป
ใบหน้าของจงเจิ้งเซวียนซีดเผือดราวกับคนตาย เขาทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างหมดแรง โดยไม่ต้องมีใครมาจับตัวไว้ แม้แต่แรงจะยืนเขาก็ยังไม่มี
“เจ้าใช้วิธีใดกัน ถึงขั้นฆ่ากู่ชะตาชีวิตของข้าได้!” จงเจิ้งเซวียนพยายามเค้นลมหายใจเฮือกใหญ่ ถลึงตาจ้องเมิ่งฉีฮ่วนอย่างดุร้าย “เหตุใดกู่ชะตาชีวิตของข้าตายไปแต่ตัวข้ากลับไม่เป็นอะไรเล่า!”
“ท่านคิดว่าท่านไม่เป็นอะไรจริง ๆ หรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนนั่งยองตรงหน้าจงเจิ้งเซวียน พลางชี้ไปที่ซากแมงป่องบนพื้น “แม้ข้าจะไม่เข้าใจเรื่องผลกรรมของวิชากู่พวกนี้ แต่ข้าก็รู้ว่าเมื่อกู่ชะตาชีวิตตายลง วันตายของท่านก็คงอยู่อีกไม่ไกลนัก”
“ข้าสัมผัสได้ว่าพลังชีวิตของข้ายังไม่ได้ดับสูญ!” จงเจิ้งเซวียนหอบหายใจพลางกล่าว “บอกมา เจ้าใช้วิชาอันใดกันแน่!”
ได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็ทำท่าครุ่นคิดพลางพยักหน้า ก่อนจะหยิบตราประทับหยกที่แวววาวโปร่งแสงออกมา “อาจเป็นเพราะข้าประทับตราให้ท่านไว้ก่อนแล้วกระมัง”
สายตาของจงเจิ้งเซวียนตกอยู่ที่มือของเมิ่งฉีฮ่วน ทันใดนั้นรูม่านตาของเขาก็หดเกร็งด้วยความเหลือเชื่อ “ลัญจกรหยก? มันมาอยู่ในมือเจ้าได้อย่างไร! ไม่… นี่ไม่ใช่ความจริง! เสด็จพ่อไม่มีทางมอบลัญจกรหยกของจริงไว้ในมือเจ้าแน่!”
“อืม… เป็นไปไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ” เมิ่งฉีฮ่วนเก็บลัญจกรหยกลงอย่างเร