ียบร้อย พลางตบบ่าจงเจิ้งเซวียนเบา ๆ “กลับเมืองหลวงไปแต่โดยดีเถอะ อย่างน้อยท่านก็ยังรักษาชีวิตน้อย ๆ นี้ไว้ได้”
จงเจิ้งเซวียนคล้ายคนหมดสิ้นเรี่ยวแรง เขาถูกทหารสองสามนายหิ้วปีกไปโยนไว้ในรถม้า เนื่องจากเมิ่งฉีฮ่วนสั่งการไว้ก่อนหน้า พวกเขาจึงไม่ได้มัดตัวจงเจิ้งเซวียนเอาไว้ เวลานี้เขาไร้ซึ่งกำลังจะต่อต้าน รถม้าจึงควบทะยานมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงในทันที
หลังจากจงเจิ้งเซวียนจากไปแล้ว เมิ่งฉีฮ่วนจึงเรียกเจียงหมิงเข้ามาพบ
“รู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าถึงไม่ให้เจ้ากลับเมืองหลวงไปพร้อมกับองค์ชายรอง?” เมิ่งฉีฮ่วนยังคงสวมชุดเถ้าแก่อยู่ บนกายไม่มีไอสังหารหลงเหลือแม้แต่น้อย ดูราวกับชาวนาธรรมดาทั่วไป หากไม่ใช่เพราะรูปโฉมที่โดดเด่นเหนือคนทั่วไป คงทำให้ผู้คนคิดว่าเขาเป็นเพียงบุรุษธรรมดา ๆ เท่านั้น
ทว่าเจียงหมิงกลับไม่กล้าคิดเช่นนั้น แม้เมิ่งฉีฮ่วนจะกลับเข้ามาเมืองหลวงไม่ถึงปี แต่เขาก็รับรู้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของบุรุษผู้นี้ ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับเมิ่งฉีฮ่วน เขาจึงได้แต่ก้มหน้าลงต่ำ
ในใจลอบยิ้มขื่น… ผู้ข้ามภพที่ตกอับเช่นเขา หากเบื้องบนรับรู้คงจะรู้สึกอับอายขายหน้าแทนเพื่อนร่วมอาชีพข้ามภพเป็นแน่
“เจียงหมิงไม่อาจทราบได้” เขาตอบตามตรงอย่างนอบน้อม “ขอบังอาจคาดเดาว่าท่านแม่ทัพรั้งตัวช้าไว้ คงเพราะข้ายังมีประโยชน์อย่างอื่น”
“ใครต่อใครต่างบอกว่าเจ้ามีสติปัญญาหลักแหลมราวกับปีศาจ มาวันนี้ดูเหมือนจะกล่าวเกินจริงไปหน่อ