หานไปอยู่ข้างพระชายาได้ง่าย ๆ จึงรีบออกมาขัดขวาง “ท่านหญิง ท่านหญิงยังเยาว์วัยและเพิ่งมาถึงเมืองหลวงได้เพียงครึ่งปี ข้าน้อยเกรงว่าท่านหญิงจะล่วงเกินพระชายา…”
เมื่อพระชายาได้ยินเช่นนั้น ก็มองหรวนซื่อหลายครั้ง แต่สายตานั้นไม่เป็นมิตรเลย ไม่มีการปิดบังแม้แต่น้อย แล้วเอ่ยขึ้น “เหตุใดข้ากลับคิดว่าท่านหญิงหรวนเจ้านี่แหละ ที่ไม่รู้กาลเทศะ!”
“ท่านหญิงเป็นเพียงสตรีอ่อนแอ แต่กลับกล้าฝ่าฝืนจารีตของแผ่นดิน ช่วยเหลือหญิงสาวเหล่านั้นที่ถูกช่วยออกมาจากหอหงเยว่ ถึงขั้นใส่ใจเชิญหมอหญิงมารักษาอาการให้พวกนาง น้ำใจเช่นนี้ ทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ล้วนสู้นางไม่ได้” พระชายาพูดพลางเลิกคิ้ว มองหรวนซื่อด้วยสายตาดูแคลน “ส่วนเจ้า เป็นเพียงภรรยาพ่อค้าที่ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ มีสิทธิ์อะไรมานินทาท่านหญิง”
คำพูดของพระชายาช่างไม่ไว้หน้าเลยแม้แต่น้อย ก่อนหน้านั้นดูถูกทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ จากนั้นก็เน้นดูถูกหรวนซื่อเป็นพิเศษ
ทันใดนั้นสีหน้าของทุกคนก็ไม่สู้ดีนัก โดยเฉพาะหรวนซื่อ…
หากไม่ติดที่สถานะของพระชายา และเรื่องที่นางตั้งใจจะทำในวันนี้ หรวนซื่อคงโต้กลับไปแล้ว
น่าเสียดายที่สถานะของพระชายานั้นสูงส่ง ต่อให้หรวนซื่อมีความกล้าสิบเท่า นางก็ไม่กล้า
แต่ถึงนางจะไม่กล้า ก็ยังมีคนอื่นที่กล้า!
“พระชายาพูดผิดแล้ว” เสียงใสกังวานดังขึ้นอย่างนุ่มนวล “เรื่องของหอหรูอี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ตามที่ข้าทราบมา หลังจากค้นพบห้องใต้ดินของ